สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ราคาน้ำมันในการซื้อขายภาคเช้าผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดเอเชีย เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ไต่ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลปริมาณน้ำมันในคลังสำรองของสหรัฐอเมริกาแสดงให้เห็นว่ามีการผสมผสานกันทั้งในแง่บวกและลบ ทว่านักวิเคราะห์เตือนว่าระดับราคาน้ำมันอาจจะไม่สามารถยืนระยะได้
รายงานประจำสัปดาห์ของกระทรวงพลังงานสหรัฐที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม แสดงให้เห็นว่า อุปทานน้ำมันดิบเพื่อการพาณิชย์ เพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทว่าปริมาณก๊าซธรรมชาติคงเหลือและการผลิตน้ำมันภายในประเทศลดลง
ตัวเลขดังกล่าวได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิดจากนักลงทุนที่ใช้ข้อมูลเหล่านี้เป็นตัวชี้วัดอุปทานน้ำมันของโลก และตัวเลขดังกล่าวที่ออกมา ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีดตัวกลับมาจากการร่วงลงตลอดสัปดาห์ที่แล้ว และลดลงสู่ระดับต่ำกว่า 40 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับจากเดือนเมษายนเป็นต้นมาเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา
โดยเมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบชนิดเวสต์เท็กซัส ซึ่งเป็นราคาน้ำมันอ้างอิงของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 27 เซ็นต์ มาอยู่ที่ 41.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ทะเลเหนือเพิ่มขึ้น 21 เซ็นต์ มาอยู่ที่ 43.31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

