“บราซิล” ฟ้องดับเบิลยูทีโอ ไทยละเมิดกฎเหล็กอุดหนุนชาวไร่อ้อยทำราคาน้ำตาลโลกตกต่ำ

แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกร์ เปิดเผยว่า ประเทศบราซิล ในฐานะผู้ค้าน้ำตาลอันดับ 1 ของโลก ได้ยื่นหนังสือต่อองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ)ให้ไต่สวนไทยในฐานะผู้ส่งออกอันดับที่ 2 ของโลก อาจมีการใช้นโยบายอุดหนุนผู้ประกอบการในการส่งออก และอุดหนุนเกษตรให้หันมาปลูกอ้อย ส่งผลให้สถานการณ์ราคาน้ำตาลในช่วงที่ผ่านมาตกต่ำอย่างหนัก แม้จะเกิดภัยแล้งขึ้นส่งผลให้ไร่อ้อยออกสู่ตลาดน้อย ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการไต่สวน

แหล่งข่าว กล่าวว่า เมื่อบราซิลยื่นฟ้องไทยต่อดับเบิลยูทีโอ เป็นเรื่องของ 3 กระทรวง คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงอุตสาหกรรมหารือกันเพื่อเตรียมรับมือ ซึ่งพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯได้กำชับข้าราชการในกระทรวงเร่งดำเนินการติดตามสถานการณ์ เพราะอาจทำให้กลุ่มประเทศที่ยื่นฟ้องไทย นำข้อกีดกันดังกล่าวมาดำเนินการกับสินค้าเกษตรตัวอื่นๆด้วย ซึ่งจากการหารือไทยต้องปรับวิธีการบริหารสินค้าเกษตรในประเทศ

แหล่งข่าวกล่าวว่า ในการหารือร่วมกันระหว่างคณะผู้แทนรัฐบาลไทยกับบราซิล ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หรือแม้แต่การหารือระหว่างเอกชนอุตสาหกรรมน้ำตาลไทยและบราซิล ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ฝ่ายบราซิลได้แสดงความกังวลว่าไทยอุดหนุนน้ำตาลและชาวไร่อ้อย ที่อาจไม่สอดคล้องกับกฎดับเบิลยูทีโอ อาทิ ระบบโควตา มาตรการจูงใจ ให้เกษตรกรหันมาปลูกอ้อยและผลิตน้ำตาลมากขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีน้ำตาลในระบบมากขึ้นสามารถส่งออกน้ำตาลได้มากขึ้นตาม ส่งผลกระทบต่อตลาดโลก และกระทบต่อการส่งออกของบราซิล ทำให้เกิดการแข่งขันไม่ยุติธรรม รวมทั้งไทยยังมีการอุดหนุนการส่งออก ทำให้ไทยสามารถส่งออกน้ำตาลในภาวะที่ราคาน้ำตาลตกต่ำ ซึ่งบราซิลเห็นว่าระบบน้ำตาลของไทยมีความคล้ายคลึงกับกรณีพิพาทเรื่องน้ำตาลภายใต้ดับเบิลยูทีโอที่ไทย บราซิล และออสเตรเลียร่วมกันฟ้องอียูเมื่อปี 2548 และในครั้งนั้นอียูแพ้คดี โดยถูกตัดสินว่าเข้าข่ายอุดหนุนการส่งออกและขัดต่อระเบียบดับเบิลยูทีโอ

แหล่งข่าวกล่าวว่า นอกจากนี้ บราซิลยังมีความกังวล 5 ประเด็นที่ไทยดำเนินการ ได้แก่ 1. การแก้พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย 2527 ที่มีความเกี่ยวข้องกับแผนการปลูกอ้อย 2.ระบบโควตาน้ำตาลไทยในเรื่องวิธีการกำหนดปริมาณและราคาน้ำตาล โควตา ก และบทบาทรัฐบาล รวมทั้งการกำหนดโควตา ข และค เพื่อส่งออก 3.โครงการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนชาวไร่อ้อย ที่จ่ายให้ชาวไร่อ้อยจำนวน 160 บาท/ตัน 4.นโยบายจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกอ้อย และ 5.ผลดำเนินงานของกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย ในส่วนรายรับและรายจ่าย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้แจ้งความปอศ.โดนตุ๋นซื้อทองออนไลน์ 1 แถม 1 โอนเงินแล้วคนขายหายตัว
บทความถัดไปข่าวดี! บางจาก-ปตท.ลดราคาน้ำมันทุกชนิด30สต. มีผล5ส.ค. เว้นE85ราคาคงเดิม