ยูเอ็นเฮ! องค์การอาหารโลก คว้าโนเบลสันติภาพ
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า คณะกรรมการพิจารณารางวัลโนเบลมีมติมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2020 นี้ให้กับ องค์การอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ (ดับเบิลยูเอฟพี) จากความพยายามอย่างไม่หยุดหย่อนเพื่อต่อสู้กับภาวะหิวโหย ซึ่งเป็นการปรับปรุงเงื่อนไขในการเสริมสร้างสันติภาพและลดเงื่อนความขัดแย้งลง
ในถ้อยแถลงของคณะกรรมการฯ ยกย่องดับเบิลยูเอฟพีในการ “ต่อสู้กับความอดอยาก อุทิศตนเพื่อเสริมสร้างเงื่อนไขของสันติภาพในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง และยังเป็นพลังสำคัญในการผลักดันให้เกิดความพยายามเพื่อป้องกันการใช้ความอดอยากหิวโหยเป็นอาวุธในสงครามและความขัดแย้งทั้งหลาย”
ทั้งนี้ ดับเบิลยูเอฟพี ก่อตั้งขึ้นในปี 2505 ตามคำร้องขอของ ประธานาธิบดี ดไวท์ ดี. ไอเซนฮาวร์ ของสหรัฐอเมริกา เพื่อ “ทดลองจัดสรรอาหารผ่านระบบของสหประชาชาติ” เริ่มงานครั้งแรกด้วยการให้ความช่วยเหลือประเทศอิหร่าน หลังจากเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทางตอนเหนือของประเทศ มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 12,000 คน ดับเบิลยูเอฟพี จัดสรรข้าวสาลี 1,500 ตัน น้ำตาล 270 ตันและชา 27 ตัน ให้กับผู้ประสบภัยธรรมชาติดังกล่าว จนถึงปีที่ผ่านมา ดับเบิลยูเอฟพี ให้ความช่วยเหลือต่อประชากรที่อดอยากราว 97 ล้านคนใน 88 ประเทศ โดยในแต่ละวัน มีการแจกจ่ายอาหารคิดเป็นปริมาณเท่ากับที่บรรทุกในรถบรรทุก 5,600 คัน เรือ 30 ลำกับเครื่องบินอีกเกือบ 100 ลำ
นาย ทอมสัน พีรี โฆษกของดับเบิลยูเอฟพี ระบุว่า การได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพครั้งนี้ถือเป็นห้วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจที่แท้จริงขององค์กร และย้ำว่า กิจกรรมของดับเบิลยูเอฟพี มีความงดงามอยู่ในตัวเองตรงที่ไม่เพียงจัดหาอาหารให้กับผู้คนที่ต้องการในวันนี้หรือพรุ่งนี้เท่านั้น แต่ยังช่วยให้คนเหล่านี้มีความรู้ เรียนรู้วิธีการในการดำรงชีพอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคตอีกด้วย

