กต.เปิดชี้แจงทูตตปท. ชี้ม็อบส่อรุนแรง-กระทบขบวนเสด็จ ต้องออกพรก.ฉุกเฉิน ตร.ยันทำตามกม.

กต.เปิดชี้แจงทูตตปท. ชี้ม็อบส่อรุนแรง-กระทบขบวนเสด็จ ต้องออกพรก.ฉุกเฉิน ตร.ยันทำตามกม.

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ ได้มีการจัดบรรยายสรุปให้กับคณะทูตานุทูตและองค์การระหว่างประเทศประจำประเทศไทย โดยนายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศแถลงข่าวภายหลังว่า การบรรยายสรุปในวันนี้ใช้เวลาประมาณ 50 นาทีโดยมีคณะทูตเข้าร่วม 84 คนในจำนวนนี้เป็นอ่ะเอกอัครราชทูต 37 คน อาทิ เอกอัครราชทูตประจำสภาพยุโรป รัสเซีย อินเดีย และเยอรมนี อุปทูต 13 คน และผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ 6 คน อาทิ คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) องค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APT) องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน(IOM)

นายธานีกล่าวว่า ปลัดกระทรวงการต่างประเทศได้บรรยายเป็นคนแรกเกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุมที่ผ่านมาซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคม โดยรัฐบาลได้มีการเปิดพื้นที่ให้ผู้ชุมนุมได้แสดงออกตามสิทธิเสรีภาพภายใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมีกลไกในการนำข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา อย่างไรก็ดีการชุมนุมในวันที่ 13 ตุลาคม เกิดการเผชิญหน้าของกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะที่ในวันที่ 14 ตุลาคม สถานการณ์มีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดความรุนแรงและก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยของสาธารณะในภาพรวม ในบางช่วงยังมีการดำเนินการที่ส่งผลกระทบต่อขบวนเสด็จ เป็นการข้ามเส้นแบ่งที่น่าค่อนข้างเป็นห่วง ขณะเดียวกันประเทศไทยมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอยู่ก่อนหน้านี้เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงของการแพร่ระบาด จึงทำให้รัฐบาลได้ออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในท้องที่กรุงเทพมหานครในวันที่ 15 ตุลาคมตามมา

ด้านพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ชี้แจงเกี่ยวกับรายละเอียดของประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดกำลังดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้และป้องกันเหตุกระทบกระทั่งระหว่างผู้ชุมนุมกันเอง ทั้งยังเฝ้าระวังไม่ให้ผู้หวังดีสร้างสถานการณ์ และควบคุมเรื่องการนำอาวุธเข้ามาในที่ชุมนุม โดยตำรวจยืนยันว่าการใช้อำนาจหน้าที่เป็นไปตามกฏหมาย ขณะที่สื่อต่างๆ สามารถมีสิทธิเสรีภาพในการทำหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเพื่อเข้าควบคุมพื้นที่ตามหลักสากล และดำเนินการอย่างมีขั้นตอนด้วยความอดทนอดกลั้นมาโดยตลอด เป็นไปตามกฎหมายไทยและตามพันธกรณีที่ไทยมีอยู่กับกฎหมายระหว่างประเทศ

ขณะที่นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้อธิบายกระบวนการดำเนินการในขั้นต่อไปของรัฐบาลในการรับฟังปัญหาและข้อเรียกร้องจากประชาชนทุกฝ่าย รวมทั้งการสร้างความเข้าใจกับประชาชน นอกจากนี้ยังได้แจ้งให้ทราบถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีในช่วงเช้าวันนี้ที่ได้มีมติให้มีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญขึ้น เพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมกันหาทางออกและพิจารณาข้อเสนอของผู้ชุมนุมในประเด็นต่างๆ ซึ่งถือเป็นทางออกที่สอดคล้องกับข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม

นายธานีกล่าวว่า ในส่วนของการถามตอบนั้นมีคำถามถึงความคาดหวังของการเปิดประชุมสภาว่าเป็นอย่างไร ซึ่งโฆษกรัฐบาลระบุว่าคงต้องพิจารณาข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมทั้งหกข้อ จะมีการรับฟังและหารือแลกเปลี่ยนความเห็นกันในที่ประชุมรัฐสภาต่อไป

นอกจากนี้ยังมีคำถามเกี่ยวกับการปิดสื่อ ซึ่งรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่า ประชาชนยังสามารถเข้าถึงสื่อได้ แต่บางสื่อที่มีการให้ข้อมูลที่บิดเบือน ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง จึงต้องส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาคือกระทรวงดิจิทัลพิจารณาดำเนินการต่อไป

นายธานีกล่าวว่า ยังมีการถามเรื่องการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินว่าทำไมถึงเป็นสถานการณ์ร้ายแรง และคำถามเกี่ยวกับพันธกรณีของไทยต่อความตกลงระหว่างประเทศ ซึ่งโฆษกรัฐบาลได้อธิบายว่าเป็นเพราะสถานการณ์มีพัฒนาการรุนแรงขึ้นตามลำดับ ส่วนปลัดกระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่าไทยปฏิบัติตามกรอบกฎหมายและพันธกรณีระหว่างประเทศอย่างครบถ้วนทุกประการ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon