กาตาร์รู้ตัวพ่อแม่ทารกถูกทิ้งไว้สนามบินโดฮาแล้ว

แฟ้มภาพ เอเอฟพี

กาตาร์รู้ตัวพ่อแม่ทารกถูกทิ้งไว้สนามบินโดฮาแล้ว

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ทางการกาตาร์สามารถระบุตัวพ่อและแม่ของทารกเพศหญิงที่ถูกทิ้งไว้ในถุงพลาสติกที่ถังขยะในท่าอากาศยานนานาชาติฮามัดฝั่งผู้โดยสารขาออกเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมได้แล้ว โดยอัยการรัฐระบุว่า แม่ของเด็กมาจากประเทศในเอเชีย และบินหนีไปต่างประเทศหลังทิ้งลูกของตนเอง ซึ่งขณะนี้มีความพยายามที่จะนำตัวแม่ของเด็กมาดำเนินคดีด้วยการขอให้มีการส่งตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน

การยืนยันผลดังกล่าวมีขึ้นภายหลังการตรวจดีเอ็นเอของเด็กแล้ว และจากการสอบสวนพบว่า พ่อและแม่ของทารกต่างเป็นชาวเอเชีย ทั้งคู่มีความสัมพันธ์กัน โดยแม่ของเด็กได้ส่งรูปลูกสาวที่เพิ่งเกิดไปให้ฝ่ายชายดู นอกจากนี้ยังทิ้งข้อความว่า เธอได้ให้กำเนิดลูกและหนีกลับประเทศบ้านเกิดไปแล้ว ล่าสุดคาดว่าพ่อของเด็กยังคงอยู่ในกาตาร์ แต่ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าพ่อของเด็กจะถูกดำเนินคดีหรือไม่ ส่วนเด็กทารกอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่รัฐ

นอกจากนี้อัยการรัฐยังแจ้งด้วยว่า เจ้าหน้าที่รัฐได้ถูกตั้งข้อหาหลังเข้าตรวจค้นผู้โดยสารหญิงเพื่อหาว่าหญิงคนใดเป็นผู้ให้กำเนิดทารกรายนี้ หลังจากที่มีหญิงสัญชาติออสเตรเลีย อังกฤษ และนิวซีแลนด์ ที่กำลังจะบินไปนครซิดนีย์แสดงความไม่พอใจว่าถูกเจ้าหน้าที่ตรวจร่างกายแบบไม่เหมาะสม และยังไม่แจ้งเหตุผลว่าต้องทำการตรวจร่างกายเช่นนี้เพราะอะไร

ในวันที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เร่งค้นหาพ่อแม่ของเด็กบนเครื่องบินที่จอดอยู่ในบริเวณดังกล่าวถึง 10 ลำ โดยมีหญิงหลายรายบนเครื่องของสายการบินกาตาร์แอร์เวย์ที่มุ่งหน้าไปซิดนีย์ ที่ถูกนำลงจากเครื่องบินมาขึ้นรถพยาบาล และถูกสั่งให้ถอดกางเกงในเพื่อตรวจสอบ หญิงรายหนึ่งกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้บอกข้อมูลอะไรเลย และไม่ได้ถามด้วยว่าตนอนุญาตให้ทำการตรวจสอบเช่นนั้นหรือไม่

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้นายกรัฐมนตรีสก็อตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย แสดงความไม่พอใจว่าเป็นเหตุการณ์ที่น่าตื่นตระหนกและรับไม่ได้ ด้านนายกรัฐมนตรีเชค คาลิด บิน คาลิฟา อัล ทานี ของกาตาร์ ได้ออกมากล่าวขอโทษที่ผู้โดยสารหญิงต้องเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสมเช่นนี้

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน อัยการรัฐของกาตาร์ได้ตั้งข้อหาทางอาญาต่อพนักงานที่ทำงานด้านความปลอดภัยของสนามบินหลายราย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ฝ่าฝืนกฎโดยการเรียกเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์หญิงมาตรวจร่างกายของผู้โดยสารหญิงบางส่วน โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอาจต้องติดคุกถึง 3 ปี ส่วนแม่ของเด็กหากถูกดำเนินคดีจะติดคุกสูงสุดถึง 15 ปี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้มาแล้ว! เปิดตัว ‘ซิตี้ แฮทช์แบ็ก’ ครั้งแรกในโลก พร้อมเปิดตัว ซิตี้ e:HEV ไฮบริดเก๋งเล็กครั้งแรก
บทความถัดไป‘เต้ พระราม 7’ ลั่น ใครแจ้งความฟ้อง ‘หญิงชูป้ายโดนครูทำอนาจาร’ พร้อมส่งทนายช่วย