สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าปฏิกริยาจากองค์การระหว่างประเทศต่อเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในไทยว่า นายบัน คี มุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น) ได้ออกมาประณามเหตุระเบิดโจมตีที่เกิดขึ้นในไทยผ่านแถลงการณ์ลงวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา พร้อมแสดงความหวังว่าผู้ก่อการจะถูกนำตัวมาสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว นอกจากนี้ยังแสดงแสดงความเสียใจต่อครอบครัวเหยื่อผู้เสียชีวิตและขอให้ผู้ได้รับบาดเจ็บหายดีโดยเร็ว รวมถึงแสดงความเห็นใจมายังรัฐบาล ตลอดจนประชาชนชาวไทยด้วย
ด้านองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นดับเบิลยูทีโอ) ยังแถลงในนามของประชาคมการท่องเที่ยวระหว่างประเทศแสดงความเสียใจและความเห็นอกเห็นใจต่อครอบครัวและมิตรสหายของเหยื่อที่ได้รับผลกระทบจากเหตุโจมตีครั้งนี้รวมถึงประชาชนชาวไทย โดยนายทาลิบ รีไฟ เลขาธิการยูเอ็นดับเบิลยูทีโอ ย้ำว่า ไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้คนจากทุกวัฒนธรรมรวมกันเป็นหนึ่งและพึงพอใจกับการท่องเที่ยว และไทยยังมีศักยภาพที่แข็งแกร่งที่จะส่งเสริมการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว
ยูเอ็นดับเบิลยูทีโอยังแสดงความเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ว่าศักยภาพที่ไทยมีอยู่นี้จะคงอยู่ต่อไป พร้อมแสดงความมุ่งหวังที่จะได้มาจัดประชุมเนื่องใน”วันท่องเที่ยวโลก”ที่กรุงเทพฯในวันที่ 27 กันยายนนี้ ตามกำหนดการเดิมที่มีอยู่
“เราจะต้องทำงานร่วมกันเพื่อทำให้การจัดงานวันท่องเที่ยวโลกประสบความสำเร็จอย่างใหญ่ ที่จะเป็นการแสดงออกซึ่งความสนับสนุนและการเป็นหนึ่งเดียวได้ดีที่สุดในการต่อต้านการกระทำเลวร้ายที่น่ารังเกียจ”นายรีไฟระบุ
ด้านองค์การนิรโทษกรรมสากล หรือแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์ระบุเหตุระเบิดในไทยเป็นความรุนแรงที่เลวร้ายและไม่เคารพสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่ ทั้งนี้แอมเนสตี้ชี้ว่าเหตุระเบิดที่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งโจมตีแหล่งท่องเที่ยวในภาคใต้ของไทยตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ที่ผ่านมาในหลายจุดซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของไทยซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คนและได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบคน ถือเป็นการใช้ความรุนแรงที่เลวร้าย ควรต้องมีการสอบสวนอย่างเต็มที่ และนำตัวผู้รับผิดชอบเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
น.ส.แชมพา พาเทล ที่ปรึกษาอาวุโสงานวิจัย สำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลระบุว่า ไม่มีความชอบธรรมใดๆ ในการโจมตีโดยไม่เลือกเป้าหมายและกระทำด้วยความจงใจเช่นนี้ถือเป็นการไม่คำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานที่จะมีชีวิต การใช้ความรุนแรงเช่นนี้แสดงถึงการไม่เคารพต่อสิทธิมนุษยชนอย่างยิ่ง จะต้องมีการนำตัวผู้รับผิดชอบเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและมีการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม ทั้งนี้แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเรียกร้องทางการไทยให้มีแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม สอดคล้องกับพันธกรณีที่มีต่อกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

