ชี้โควิดกลายพันธุ์มีโอกาสแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น 0.7

ชี้โควิดกลายพันธุ์มีโอกาสแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น 0.7

ผลศึกษาพบว่าโควิด-19 กลายพันธุ์มีโอกาสในการแพร่ระบาดมากกว่าไวรัสโควิด-19 ดั้งเดิมสูง

ในทางระบาดวิทยา ค่า R หรือ reproduction number หรือที่เรียกกันว่า R0 เป็นวิธีที่นำมาใช้ประเมินการแพร่ระบาดของโรค เพราะจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าผู้ติดเชื้อ 1 คนจะทำให้ผู้อื่นติดเชื้อต่อไปได้อีกกี่คน ซึ่งหากค่า R0 น้อยกว่า 1 ก็คือจำนวนผู้ติดเชื้อจะลดลงและควบคุมสถานการณ์ได้ในที่สุด แต่ถ้าค่า R0 มากกว่า 1 คือจะเกิดการระบาดของโรค เพราะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเอง

ต่อกรณีไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ในอังกฤษ พบว่าค่า R ของไวรัสดังกล่าวเพิ่มขึ้น 0.4 ถึง 0.7 โดยตัวเลขเฉลี่ยค่า R ในอังกฤษขณะนี้อยู่ที่ 1.1 ถึง 1.3 ซึ่งจำเป็นต้องควบคุมให้ต่ำกว่า 1.0 เพื่อให้จำนวนผู้ติดเชื้อและการระบาดลดลง

อาจารย์จากอิมพิเรียลคอลเลจในกรุงลอนดอนระบุว่า ความแตกต่างระหว่างไวรัสโควิด-19 ดั้งเดิมกับไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์มีค่อนข้างมาก โดยเฉพาะความแตกต่างในเรื่องความง่ายดายที่ไวรัสจะแพร่ระบาด ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ร้ายแรงที่สุดในตัวไวรัส นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขึ้น

ผลการศึกษาจากอิมพิเรียลคอลเลจชี้ด้วยว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ในอังกฤษเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าในช่วงที่มีการล็อกดาวน์เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ขณะที่ไวรัสตัวเดิมลดลงไปถึง 1 ใน 3

ผลการตรวจไวรัสเบื้องต้นบ่งชี้ว่าไวรัสกลายพันธุ์แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วในหมู่วัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีโดยเฉพาะในนักเรียน แต่ผลการศึกษาล่าสุดชี้ว่าไวรัสกลายพันธุ์ได้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในทุกช่วงอายุ

ผู้ทำการศึกษาให้เหตุผลว่าเป็นไปได้ว่าการเก็บข้อมูลในช่วงล็อกดาวน์เมื่อเดือนพฤศจิกายนส่วนใหญ่ทำขึ้นในโรงเรียน เพราะยังเปิดทำการเรียนการสอน ขณะที่กิจกรรมของผู้ใหญ่มีข้อจำกัดและการควบคุมที่เข้มงวดกว่า

ขณะที่อาจารย์จากมหาวิทยาลัยออกออกซฟอร์ดของอังกฤษกล่าวว่า ผลการศึกษาใหม่นี้เป็นตัวบ่งชี้ว่าจำเป็นจะต้องมีการนำมาตรการคุมเข้มกว่านี้มาใช้ในอนาคต เพราะหากไม่ปรับเปลี่ยนมาตรการควบคุมก็จะต้องมีการแพร่ระบาด การติดเชื้อรายใหม่ รวมถึงการเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon