ทรัมป์จ้างทนายสู้อิมพีชเมนต์ รีพับลิกันขอซีเนตเลื่อนเปิดไต่สวน

แฟ้มภาพ นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ชูหนังสือพิมพ์ที่พาดหัวข่าวว่าสภาซีเนตตัดสินให้ทรัมป์พ้นผิดในคดีกล่าวหาใช้อำนาจโดยมิชอบและขัดขวางสภา เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2020 (รอยเตอร์)

ทรัมป์จ้างทนายสู้อิมพีชเมนต์ รีพับลิกันขอซีเนตเลื่อนเปิดไต่สวน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กระบวนการพิจารณาคดีเพื่อถอดถอนออกจากตำแหน่ง หรือ อิมพีชเมนต์ ต่ออดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกาจากพรรครีพับลิกัน ยังเดินหน้าต่อไป แต่มีความเคลื่อนไหวล่าสุดว่า นายชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างมากในซีเนต(วุฒิสภา)จากพรรคเดโมแครต กำลังพิจารณาคำร้องของพรรครีพับลิกันที่ขอให้เลื่อนเปิดการไต่สวนเพื่ออิมพีชเมนต์ทรัมป์ออกไปเป็นราวกลางเดือนกุมภาพันธ์

ทั้งนี้เพื่อให้ทรัมป์ ที่เป็นประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์สหรัฐที่เผชิญการอิมพีชเมนต์ถึง 2 ครั้ง แม้ครั้งล่าสุดจะมีขึ้นหลังเจ้าตัวพ้นจากตำแหน่งไปแล้วก็ตาม จะได้มีเวลาในการเตรียมตัวแก้ต่างข้อกล่าวหาที่ตนเองถูกสภาผู้แทนราษฎรลงมติให้ดำเนินการอิมพีชเมนต์ ในข้อหาปลุกปั่นให้เกิดจลาจลที่อาคารรัฐสภา ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา

“ผู้นำเสียงข้างมากได้รับข้อเสนอในช่วงเย็นวันพฤหัสฯ(21 ม.ค.) เรากำลังพิจารณาและหารือในเรื่องนี้กับนายแมคคอนเนลล์อยู่” โฆษกของนายชูเมอร์กล่าวถึงนายมิตช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำพรรครีพับลิกันในซีเนต ซึ่งร้องขอให้เลื่อนการเปิดการไต่สวนทรัมป์ออกไป หลังจากก่อนหน้านั้นในวันเดียวกันพรรคเดโมแครตกล่าวว่าสภาผู้แทนราษฎรอาจยื่นญัตติอิมพีชเมนต์ทรัมป์ต่อซีเนตอย่างเร็วที่สุดในวันศุกร์(22 ม.ค.)นี้

ด้านนายแมคคอนเนลล์ระบุในแถลงการณ์ว่า ตนได้ร้องขอให้พรรคเดโมแครตชะลอการยื่นญัตติอิมพีชเมนต์ทรัมป์ต่อซีเนตไปจนถึงวันที่ 28 มกราคม จากนั้นขอให้ให้เวลาอดีตผู้นำสหรัฐอีก 2 สัปดาห์ เพื่อให้เขาได้เตรียมตัวในการแก้ต่าง

ขณะที่นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงกำหนดเวลาที่จะยื่นญัตติอิมพีชเมนต์ทรัมป์ต่อซีเนต

ข่าวแจ้งว่า ในการอิมพีชเมนต์ทรัมป์ครั้งแรกในข้อหาใช้อำนาจโดยมิชอบและขัดขวางสภานั้น ซีเนตได้เปิดการไต่สวนคดีหนึ่งวันหลังจากสภาผู้แทนราษฎรได้ยื่นญัตติอิมพีเมนต์ต่อซีเนต

ขณะที่ในการตัดสินว่าทรัมป์มีความผิดจะต้องใช้เสียงข้างมาก 2 ใน 3 ของสมาชิกสภาซีเนต โดยพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากอยู่ในทั้งสองสภา แต่กุมเสียงฉิวเฉียดในซีเนต ซึ่งพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันต่างมี 50 เสียงเท่ากัน แต่พรรคเดโมแครตจะมีอีก 1 เสียงจากรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส ในฐานะประธานซีเนตโดยตำแหน่งที่จะเป็นตัวชี้ขาด

วันเดียวกันมีรายงานอ้างแหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า ทรัมป์ได้ว่าจ้างนายบุตช์ บาวเออร์ส ทนายความจากรัฐเซาท์แคโรไลนา เป็นทนายแก้ต่างให้ตนเองในการไต่สวนของซีเนตแล้ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คณะแพทย์ฯ รพ.รามา ม.มหิดล ชี้วัคซีนโควิด-19 ของ โมเดอร์นา ประสิทธิภาพสูงสุด
บทความถัดไปดราม่าถล่ม! ‘ซาร่า AF’ โพสต์บอกกักตัว แต่ชาวเน็ตแฉเจอโผล่ร้านคาเฟ่