สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า รายงานการประชุมของกองทุนสำรองแห่งรัฐหรือธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) เมื่อเดือนที่แล้วที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมาระบุว่า บรรดาผู้กำหนดนโยบายของเฟดเชื่อว่า ความเสี่ยงที่มีต่อเศรษฐกิจสหรัฐลดน้อยลง แต่ต้องการที่จะคงทางเลือกเรื่องนโยบายอัตราดอกเบี้ยให้เปิดกว้างไว้
บรรดาผู้กำหนดนโยบายของเฟดยังเชื่อว่าระบบการเงินโลกสามารถต้านทานต่อแรงสั่นสะเทือนใดๆ ก็ตามที่เกิดจากการลงประชามติออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ของอังกฤษเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาในเหตุการณ์ที่เรียกว่าเบร็กซิท
บันทึกการประชุมระหว่างวันที่ 26-27 กรกฎาคมฉบับดังกล่าวยังระบุรายละเอียดเรื่องความคิดเห็นที่แตกต่างต่อภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐ จากการที่บรรดาผู้กำหนดนโยบายยังตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0.25-0.50 เปอร์เซ็นต์ แต่ได้แสดงให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อซึ่งยังคงอยู่ที่ระดับต่ำกว่าเป้า 2 เปอร์เซ็นต์ของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (เอฟโอเอ็มซี) อยู่มากพอสมควร เป็นเรื่องที่กังวลกันมากที่สุด
เอฟโอเอ็มซียังคงเห็นต่างกันเรื่องอันตรายในระยะสั้นจากภาวะเงินเฟ้อเหมือนในการประชุมครั้งก่อนหน้าเมื่อเดือนมิถุนายน ที่บางส่วนเห็นว่าเป็นภัยคุกคามเพียงเล็กน้อย แต่แกฝ่ายเห็นว่าอาจมีแรงกดดันขาขึ้นทันทีทันใดต่อดัชนีราคาผู้บริโภคหากตลาดแรงงานยังคงตึงตัว
และจากการที่เอฟโอเอ็มซียังมีความเห็นแตกต่างกัน ทำให้รายงานการประชุมไม่ได้ระบุชัดเจนว่า เฟดมีแนวโน้มที่จะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในการประชุมกำหนดนโยบายระหว่างวันที่ 20-21 กันยายนนี้
ข่าวดังกล่าวทำให้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักอื่นๆ ทั้งยูโรและเยน รวมถึงสกุลเงินที่มีค่าตอบแทนสูงในตลาดเกิดใหม่ทั้งเงินริงกิตมาเลเซีย รูเปียห์อินโดนีเซีย และเงินบาทไทย

