เบอร์นี แซนเดอร์ส เดโมแครตแนวคิดสังคมนิยม
เบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกอิสระจากรัฐเวอร์มอนต์ วัย 74 ปี ผู้ระบุว่าตนเองเป็นเดโมแครตที่มีแนวคิดแบบสังคมนิยม และเรียกร้องให้เกิด “การปฏิวัติทางการเมือง” ในสหรัฐอเมริกา สามารถเรียกผู้เข้าฟังการปราศรัยหาเสียงได้เป็นจำนวนมาก และสร้างแรงบันดาลใจให้สมาชิกพรรคเดโมแครตที่มีแนวคิดฝ่ายซ้าย ด้วยการกล่าวตำหนิบรรดามหาเศรษฐีพันล้านและเรียกร้องให้เกิดการปฏิรูปตลาดหุ้นวอลสตรีต
ถึงตอนนี้ แซนเดอร์สสามารถก้าวขึ้นมาต่อสู้ท้าทายตัวเก็งอย่าง ฮิลลารี คลินตัน เพื่อเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาได้อย่างคู่คี่ สูสี จนแม้กระทั่งตัวเขาเองยังประหลาดใจ
แต่เขากล่าวปกป้องตนเองอย่างแข็งขันต่อคำถามเกี่ยวกับหลักการด้านสังคมนิยม ในการสัมมนาที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมืองดิมอยน์ รัฐไอโอวา ที่เป็นสนามแรกในการเลือกตั้งขั้นต้นชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ ว่า “ในหลายๆ ประเทศทั่วโลก ในสแกนดิเนเวียและในเยอรมนี แนวคิดที่ผมพูดถึงไม่ใช่เรื่องสุดโต่ง”
คำพูดดังกล่าวเป็นการอ้างถึงแผนการของเขาที่จะให้บริการระบบประกันสุขภาพที่ครอบคลุม ควบคุมตลาดหุ้นวอลสตรีต และให้รัฐบาลมีส่วนร่วมในการช่วยนักศึกษาออกค่าเล่าเรียนในระดับวิทยาลัย
“เราไม่สามารถมีรัฐบาลที่ครอบงำโดยชนชั้นร่ำรวยระดับมหาเศรษฐีพันล้าน และสภาคองเกรสที่ยังคงทำงานเพื่อผลประโยชน์ของคนในระดับบน แต่ขณะเดียวกันกลับปฏิเสธครอบครัวชนชั้นแรงงาน” แซนเดอร์สกล่าว
แซนเดอร์สรู้สึกขุ่นเคืองกับความไม่เท่าเทียมกันในสหรัฐ ซึ่งเขาบอกว่าชาวอเมริกันที่ร่ำรวยที่สุด 0.1 เปอร์เซ็นต์ ครอบครองทรัพย์สินเป็นจำนวนมากพอๆ กับผู้ที่ยากจนที่สุด 90 เปอร์เซ็นต์รวมกัน
ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของการเป็นนักการเมืองทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา และก่อนหน้านั้นในการเป็นนายกเทศมนตรีเบอร์ลิงตัน เมืองที่มีประชากรมากที่สุดของรัฐเวอร์มอนต์ และก่อนหน้าที่เรื่องความไม่เท่าเทียมกันด้านรายได้จะกลายเป็นประเด็นใหญ่ระดับชาติ แซนเดอร์สสนใจในเรื่องช่องว่างของรายได้ระหว่างคนรวยกับคนจนที่ถ่างกว้างขึ้นเรื่อยๆ
แซนเดอร์สกล่าวว่า ความสำเร็จในการรณรงค์หาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในระดับรากหญ้าของเขา แสดงให้เห็นว่าเขา “พูดได้ตรงใจ” ชาวอเมริกันจำนวนมากที่ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นธรรมมากขึ้น
“ในมุมมองของผม เราต้องการการปฏิวัติทางการเมืองที่ผู้คนหลายล้านยืนขึ้นและบอกว่า รัฐบาลของพวกเราเป็นของเรา ไม่ใช่ของคนเพียงแค่หยิบมือ”
ขณะที่แซนเดอร์สกล่าวถึงนางคลินตัน คู่แข่งสำคัญว่า “ประสบการณ์เป็นสิ่งสำคัญ แต่การตัดสินใจที่ถูกต้องก็สำคัญเช่นเดียวกัน” โดยเขายืนยันว่า การลงคะแนนสนับสนุนให้มีการทำสงครามอิรักของนางคลินตันเมื่อปี 2002 ถือเป็นการตัดสินใจผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในการลงมติเรื่องนโยบายต่างประเทศ ที่ส่งผลกระทบมากที่สุดในยุคสมัยใหม่
ผลสำรวจความคิดเห็นหลายสำนักล่าสุดในรัฐไอโอวาและรัฐนิวแฮมป์เชียร์ ซึ่งเป็นรัฐที่ 2 ที่จะจัดการเลือกตั้งขั้นต้นขึ้นหลังไอโอวา 1 สัปดาห์ แสดงให้เห็นว่า คะแนนนิยมของแซนเดอร์สนั้น ถ้าไม่นำอยู่ก็ตามนางคลินตันอย่างสูสีคู่คี่มาก
แต่แซนเดอร์สจะถือเป็นคู่แข่งที่เป็นภัยคุกคามอย่างจริงจังของนางคลินตันได้หรือไม่ คงได้รู้กันในอีกไม่นานนี้แน่นอน

