ม.ออกซ์ฟอร์ดเล็งทดลองใช้วัคซีนไฟเซอร์ผสมแอสตร้าเซนเนก้า

แฟ้มภาพ เอเอฟพี

ม.ออกซ์ฟอร์ดเล็งทดลองใช้วัคซีนไฟเซอร์ผสมแอสตร้าเซนเนก้า

เอเอฟพีรายงานว่า มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ แถลงเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์นี้ว่า กำลังเตรียมเริ่มต้นทดลองครั้งประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยการทดลองใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของบริษัทผู้ผลิต 2 รายผสมกัน เพื่อดูว่าสามารถใช้ทดแทนกันได้หรือไม่ เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่น ทำให้โครงการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนของประเทศต่างๆ สามารถดำเนินไปตามกำหนด โดยไม่ต้องกังวลกับการขาดแคลนวัคซีนตัวใดตัวหนึ่งอีกต่อไป

การทดลองดังกล่าวมีขึ้นเพื่อดูว่า วัคซีนซึ่งพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ร่วมกับบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า สามารถใช้งานร่วมกันกับวัคซีนที่พัฒนาโดยบริษัทไฟเซอร์ของสหรัฐอเมริการ่วมกับบริษัทไบออนเทคของเยอรมนีหรือไม่ โดยจะใช้เวลาในการศึกษาวิจัย 13 เดือน เพื่อนำเอาวัคซีนทั้ง 2 ตัวของ 2 บริษัทมาเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างส่วนผสมทั้งส่วนผสมของวัคซีนเข็มแรก และส่วนผสมของวัคซีนกระตุ้นที่เป็นเข็มที่สอง ซึ่งใช้ฉีดตามหลังจากการฉีดเข็มแรก 4-12 สัปดาห์

ศาสตราจารย์แมทธิว สเนป ของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดระบุว่า ข้อมูลที่ได้จากทดลองครั้งนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับการรณรงค์ฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทั้งในอังกฤษและทั่วโลก โดยหากผลการทดลองออกมาเป็นไปในทางบวก ก็จะมีการยื่นขออนุญาตให้วัคซีนผสมอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการกำกับดูแลด้านนี้ของอังกฤษต่อไป

ทางด้านนายโจนาธาน แฟน-แทม ผู้ช่วยหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ของรัฐบาลอังกฤษระบุว่า งานวิจัยครั้งนี้มีความสำคัญอย่างใหญ่หลวงต่อการทำความเข้าใจเรื่องการใช้วัคซีนว่าจะสามารถใช้ผสมกันได้หรือไม่ กระทั่งอาจเป็นไปได้ว่า การใช้ผสมกันอาจทำให้เกิดระดับแอนติบอดีในร่างกายสูงกว่าและคงอยู่ได้นานกว่าอีกด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘อนุทิน’ ยันไม่ผูดขาดวัคซีน หลัง ‘จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน’ เข้าพบ แนะ เร่งส่งข้อเสนอมา
บทความถัดไปสั่งย้าย ผอ.โรงเรียนเทพา ช่วยราชการ ผอ.สพม.เขต 16 เผย เพิ่งคุยโทรศัพท์กันเมื่อคืน พูดคล้ายสั่งลา