เว็บไซต์แชนแนลนิวส์เอเชียรายงานว่า สมาคมอุตสาหกรรมรถยนต์ ไกคินโด ของอินโดนีเซีย เชื่อว่าอินโดนีเซียสามารถแข่งขันและช่วงชิงความเป็นเจ้าตลาดผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากไทยได้ภายใน 5 ปีข้างหน้า หากรัฐบาลอินโดนีเซียสร้างแรงจูงใจที่ถูกต้องในการส่งเสริมการผลิตรถยนต์ภายในประเทศ จากความเห็นของนายจองกี สุกีอาร์โต ประธานร่วมของไกคินโด ที่กล่าวเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ว่า อินโดนีเซียมีศักยภาพที่ดีในอาเซียน ภายในไม่กี่ปีนี้อินโดนีเซียจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำอุตสาหกรรมรถยนต์ได้ ทว่าเป็นที่น่าเสียดายที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อย่างฟอร์ด ได้ถอนตัวออกไปจากอินโดนีเซียเสียก่อน
ทั้งนี้ ฟอร์ด เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐอเมริกา ได้ถอนฐานการผลิตออกจากอินโดนีเซียไปเมื่อปีที่แล้ว หลังจากเจนเนอรัลมอเตอร์สได้หยุดการผลิตไปในปีเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ประธานร่วมของไกคิโดเชื่อมันการถอนตัวออกไปของฟอร์ดจะไม่กระทบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์อินโดนีเซีย ที่ปัจจุบันอินโดนีเซียมีการผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายในประเทศราว 1 ล้านคัน และผลิตเพื่อการส่งออกเพียง 200,000 คันเท่านั้น ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมรถยนต์อินโดนีเซียมีกำลังการผลิตต่อปีอยู่ที่ราว 1.9 ล้านคัน ทำให้ยังคงมีขีดความสามารถในการผลิตเหลืออีก 700,000 คัน ซึ่งไกคินโดมองว่าอินโดนีเซียจำเป็นต้องขยายฐานการผลิตออกไปให้ได้เต็มกำลังที่สุด และทำได้อย่างง่ายๆคือการสร้างแรงจูงใจ เช่น การปรับลดภาษีฟุ่มเฟือยสำหรับรถยนต์ทั้งซีดาน รถอเนกประสงค์และรถปิ๊กอัพ จากขณะนี้ที่เก็บอยู่ในอัตราร้อยละ 30 ให้เหลือร้อยละ 10 โดยไกคินโดได้ยื่นข้อเสนอเหล่านี้ต่อประธานาธิบดีโจโก วิโดโดแล้วเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาและรัฐบาลกำลังพิจารณาอัตราภาษีที่เหมาะสมสำหรับภาคอุตสาหกรรมรถยนต์อยู่

