แนะงดบินโบอิ้ง777หลังเหตุเครื่องยนต์บึ้ม เอฟเอเอสั่งสอบด่วน

แฟ้มภาพ โบอิ้ง777-200 ของสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ (รอยเตอร์)

แนะงดบินโบอิ้ง777หลังเหตุเครื่องยนต์บึ้ม เอฟเอเอสั่งสอบด่วน

สำนักข่าวรอยเตอร์และบีบีซีรายงานเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ว่า บริษัทโบอิ้ง ผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ประกาศแนะนำให้ระงับการใช้เครื่องบินโบอิ้ง 777 ที่ใช้เครื่องยนต์รุ่น แพรตต์แอนด์วิทนีย์ 4000 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกันกับที่สายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ใช้และเครื่องยนต์เกิดระเบิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ จนเป็นเหตุให้ต้องลงจอดฉุกเฉิน ที่สนามบินนานาชาติเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด หลังขึ้นบินได้ไม่นาน เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ตกกระจายใส่ชุมชนด้านล่างเป็นจำนวนมาก แต่โชคยังดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ก่อนหน้าที่โบอิ้งจะประกาศคำแนะนำดังกล่าวไม่กี่ชั่วโมง ทางสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ของสหรัฐ ได้ประกาศระงับการใช้เครื่องบินโบอิ้ง 777 ทั้งหมด 24 ลำเป็นการชั่วคราว โดยขณะนี้เครื่องบินโบอิ้ง 777 ที่ใช้เครื่องยนต์รุ่นดังกล่าวให้บริการอยู่ 69 ลำทั่วโลก และจอดทิ้งไว้อยู่ถึง 59 ลำเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

เครื่องบินโบอิ้งรุ่น 777-200s และ รุ่น777-300s ทั้งเก่ากว่าและใช้เชื้อเพลิงมีประสิทธิภาพต่ำกว่ารุ่นใหม่ และทำให้ผู้ให้บริการส่วนใหญ่ทยอยปลดระวางเครื่องบินรุ่นดังกล่าวแล้ว

องค์การบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ (เอฟเอเอ)ได้ประกาศให้มีการสอบสวนเพิ่มเติม โดยเอฟเอเอ ระบุว่า ได้ศึกษาเกี่ยวกับข้อมูลด้านความปลอดภัยที่มีอยู่ทั้งหมดแล้วหลังจากเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว และอ้างอิงจากข้อมูลเบื้องต้น เราสรุปได้ว่าควรมีการตรวจสอบระยะเวลาในการใช้งานใบพัด ซึ่งใช้ในเครื่องยนต์รุ่นนี้เท่านั้น และขณะนี้ทางเอฟเอเอกำลังทำการประชุมกับตัวแทนของบริษัทเครื่องยนต์และตัวแทนของโบอิ้ง

ขณะที่จากการสอบสวนเบื้องต้นในอุบัติเหตุดังกล่าวโดยคณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติสหรัฐ (เอ็นทีเอสบี) พบว่า ส่วนที่เกิดความเสียหายมากที่สุดคือ เครื่องยนต์ทางฝั่งขวาที่ใบพัดแตก 2 ใบ ใบพัดอื่นๆ ก็ได้รับความเสียหายไปด้วย และกรอบของเครื่องยนต์ก็หล่นสู่พื้น ส่วนตัวเครื่องบินได้รับความเสียหายเล็กน้อยเท่านั้น

ด้านกระทรวงการคมนาคมของญี่ปุ่นได้ขอให้สายการบินเจแปนแอร์ไลน์ และสายการบินเอเอ็นเอระงับการใช้งานเครื่องโบอิ้ง777ที่ใช้เครื่องยนต์รุ่นดังกล่าวไว้ก่อนแล้ว ขณะที่กำลังพิจารณาการออกมาตรการเพิ่มเติม โดยสายการบินเอเอ็นเอใช้เครื่องรุ่นนี้อยู่ 19 ลำ ส่วนเจแปนแอร์ไลน์ใช้อยู่ 13 ลำ และเจแปนแอร์ไลน์ระบุว่าจะเลิกใช้เครื่องรุ่นดังกล่าวอยู่แล้วในเดือนมีนาคมปี 2022

ส่วนกระทรวงคมนาคมของเกาหลีใต้ยังรอมาตรการอย่างเป็นทางการจากทางเอฟเอเอ ก่อนที่จะมีคำสั่งกับสายการบินโคเรียนแอร์ ที่มีเครื่องรุ่นดังกล่าวจำนวน 16 ลำ ด้านเอฟเอเอเปิดเผยว่าจะออกคำสั่งเพื่อความสมควรในการเดินอากาศฉุกเฉินเร็วๆนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon