ทหารพม่า ปล่อยตัว ผู้ชุมนุมชาวกะเหรี่ยง ที่ถูกจับในพญาตองซู หวังลดขัดแย้ง KNU-DKBA
เมื่อเวลา 19.00 น. ของวันที่ 14 มีนาคม ที่ผ่านมา มีกระแสข่าวว่า เจ้าหน้าที่ทางการเมียนมา ในเมืองพญาตองซู ได้ทำการปล่อยตัว นางสาว มะเม่อู อายุ 33 ปี (ชาวกะเหรี่ยง) 1 ใน 4 ของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ถูกจับไปเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 11 มี.ค. ในการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารเมียนมา ขณะที่ที่บริเวณ โรงพยาบาล อ.พญาตองซู ประชาชนจัดกิจกรรมชุมนุมต่อต้านการเข้ายึดอำนาจของทหารเมียนมา จากรัฐบาลพลเรือนของพรรค NLD ของ นางอองซานซูจี ภายหลังจากพรรค NLD ชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลายในการเลือกตั้งใหญ่เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน
ส่วนผู้ชุมนุมอีกคน 3 คน ซึ่งประกอบด้วย นายโซโม อายุ 46 ปี นายญานเต่ง อายุ 44 ปี และนาย เต่งจ่ออู อายุ 33 ปี ซึ่งทั้ง 3 คน เป็นชาวเมียนมา ยังคงต้องรอปล่อยตัวจากทางการเมียนมาต่อไป ตามข้อตกลง ว่าจะปล่อยตัวเมื่อในพื้นที่ไม่มีการจัดกิจกรรมต่อต้านจนครบ 5 วัน นับแต่วันที่ 14- 18 มีนาคม นี้
ซึ่งเป็นที่สังเกตว่า การที่ทางการเมียนมาได้ทำการปล่อยตัว น.ส.มะเม่อู ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง นั้น เพื่อเป็นการลดแรงกดดันจากสถานการณ์ของกลุ่มผู้ชุมนุมที่เกิดความไม่พอใจจากการสลายการชุมนุมและได้ทำการจับกุมกลุ่มชุมนุมเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา และเพื่อลดแรงกดดันที่กองกำลังชนกลุ่มน้อยชาวกระเหรี่ยง (KNU และ DKBA) ในพื้นที่ อ.พญาตองซู ได้เข้าเจรจาหารือเพื่อขอให้ปล่อยตัวผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมไปทั้ง 4 คน

โดยเฉพาะ น.ส.มะเม่อู ซึ่งเป็นคนกะเหรี่ยง พร้อมทั้งขู่จะใช้กำลัง เนื่องจากกระแสการเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกวัน ที่สำคัญทั้ง KNU และ DKBA ประกาศพร้อมปกป้องประชาชน หากตำรวจและทหารเมียนมาทำการสลายการชุมนุม จนทำให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บและมีการจับกุมอีก ซึ่งเป็นการแย่งชิงมวลชนในพื้นที่ของทั้งรัฐบาลเมียนมาและกองกำลังชนกลุ่มน้อย
ที่สำคัญหากต้องเผชิญหน้ากัน และมีการใช้กำลัง ทหารเมียนมาย่อมเสียเปรียบ เนื่องจากในพื้นที่ พญาตองซู จำนวนทหารของฝ่าย KNU และ DKBA มีจำนวนมากกว่าหลายเท่าตัว อีกทั้งพื้นที่พญาตองซู เป็นฐานที่มั่นของชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยงที่ปกครองดูแลพื้นที่มานานหลายทศวรรษ

ขณะที่ประชาชน เริ่มเปลี่ยนแผนมาจัดกิจกรรมเป็นกลุ่มเล็กๆ ในช่วงกลางคืน หลีกเลี่ยงการทำผิดข้อตกลง งดชุมนุม 5 วัน ด้วยการจัดกิจกรรมจุดเทียนเป็นรูปแผนที่ประเทศเมียนมา พร้อมทั้งร่วมกับพระสงฆ์ตามวัดต่างๆ ในพื้นที่เมืองพญาตองซู ราว 100-150 คน ร่วมจัดกิจกรรมสวดมนต์ เพื่อให้ประเทศเมียนมาเกิดสันติภาพอีกครั้ง
นอกจากการสาปแช่งทหารเมียนมาที่ใช้อาวุธทำร้ายประชาชน สลับกับการร้องเพลงที่ใช้ในการจัดกรรมเคลื่อนไหว และการชูสามนิ้ว เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งมีการจัดกิจกรรมดังกล่าวติดต่อกันมา 2 คืน (วันที่ 13-14 มี.ค.ที่ผ่านมา) โดยใช้เวลาในช่วงค่ำตั้งแต่เวลา 19.00 – 20.00 น. ก่อนจะแยกย้ายกันกลับ เพื่อความปลอดภัย

