
ม็อบเมียนมาตายเพิ่มอีก 9 ศพ กลุ่ม ส.ส.ถูกขับ เล็งฟ้องศาลอาญาระหว่างประเทศ สอบกองทัพ
เมื่อวันที่ 19 มีนาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า วันเดียวกันนี้ กองกำลังฝ่ายความมั่นคงเมียนมาได้ยิงสังหารประชาชนผู้ประท้วงเสียชีวิตไปอีก 9 ราย ในระหว่างที่กลุ่มผู้ประท้วงยังคงออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหารในเมืองต่างๆ ตั้งแต่นครย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ มยินจาน กะตะ เมียวดี และเมืองอองบัน ที่มีรายงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงใช้แก๊สน้ำตาเข้าสลายกลุ่มผู้ประท้วง ก่อนจะเปิดฉากยิงเข้าใส่ฝูงชนขณะพยายามจะเข้าเคลียร์เครื่องกีดขวางที่ผู้ประท้วงนำมากั้นขวางบนท้องถนนในระหว่างการชุมนุมประท้วง

ผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งเปิดเผยว่า “กองกำลังฝ่ายความมั่นคงเข้ามาย้ายสิ่งกีดขวางออก แต่ประชาชนต่อต้าน พวกเขาเลยยิงเข้าใส่”

ผู้ให้บริการจัดงานฌาปนกิจรายหนึ่งในเมืองอองบันเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า มีประชาชนถูกยิงเสียชีวิต 8 ราย ในจำนวนนี้ 7 รายเสียชีวิตคาที่ และอีกหนึ่งรายได้รับบาดเจ็บก่อนจะเสียชีวิตลงหลังจากถูกส่งตัวมายังโรงพยาบาลในเมืองกะลอที่ตั้งอยู่ใกล้เคียง
ด้านสำนักข่าวเมียนมานาวส์ รายงานว่า มีผู้ประท้วงถูกสังหารเสียชีวิตอีก 1 ราย ในเมืองลอยกอ และยังมีการเปิดฉากยิงในนครย่างกุ้งด้วย แต่เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต
ด้านสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) ประเมินล่าสุดว่า ยอดผู้เสียชีวิตที่ถูกฝ่ายความมั่นคงเมียนมาใช้กำลังเข้าปราบปรามนับจากเกิดเหตุรัฐประหารได้พุ่งขึ้นเป็นอย่างน้อยกว่า 232 รายแล้ว

ขณะที่มีความเคลื่อนไหวที่จะนำวิกฤตขัดแย้งทางการเมืองในเมียนมาที่นำไปสู่การปราบปรามประชาชนผู้ประท้วงอย่างรุนแรง เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศ โดยนายจ่อ โม ตุน ผู้แทนถาวรเมียนมาประจำองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่ถูกรัฐบาลทหารปลดออกจากตำแหน่ง หลังชู 3 นิ้ว ประกาศท่าทีต่อต้านการรัฐประหารในเมียนมากลางที่ประชุมยูเอ็น กล่าวที่นครนิวยอร์กว่า คณะกรรมการผู้แทนสมัชชาแห่งสหภาพซึ่งเป็นคณะทำงานของ ส.ส.ในรัฐบาลซูจีที่ถูกยึดอำนาจไป กำลังมองหาทางที่จะนำตัวผู้ก่อความรุนแรงหลังเหตุรัฐประหารมารับผิดชอบต่อการกระทำผิดดังกล่าวซึ่งศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ “ไอซีซี” เป็นหนึ่งในนั้น

“เราไม่ได้เป็นภาคีของไอซีซี แต่เราต้องหาทางและวิธีการที่จะนำคดีขึ้นสู่ศาลไอซีซี” นายจ่อ โม ตุน กล่าว
ส่วนที่นครเจนีวา คณะผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ประณามการใช้กำลังขับไล่ การจับกุมตามอำเภอใจ และการเข่นฆ่าผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในเมียนมา พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลนานาชาติหาทางนำตัวผู้ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติมารับผิด

ทั้งนี้ นับจากเกิดเหตุการณ์ยึดอำนาจและการใช้กำลังรุนแรงปราบปรามผู้ประท้วง ได้มีประชาชนเมียนมาหลายร้อยคนพากันอพยพหนีออกจากเมืองต่างๆ มาลี้ภัยอยู่ตามแนวชายแดนไทยและอินเดีย โดยนายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก กล่าวกับเอเอฟพีถึงการเตรียมรับมือผู้อพยพจากฝั่งเมียนมาที่อาจหลั่งไหลเข้ามายังฝั่งไทยว่า เราได้เตรียมที่พักพิงไว้ หากมีชาวเมียนมาข้ามแดนเข้ามาด้วยกรณีเร่งด่วน เราได้เตรียมมาตรการต่างๆ เพื่อรองรับไว้แล้ว โดยจังหวัดตากจะรองรับได้ราว 30,000-50,000 คน
