สหรัฐเล็งแซงก์ชัน2บริษัทยักษ์เมียนมา-ผู้ชุมนุมลงถนนอีกครั้ง

กลุ่มผู้ประท้วงชาวเมียนมา ที่เมืองทวาย ประเทศเมียนมา ซึ่งประกอบไปด้วยนักศึกษามหาวิทยาลัยและกลุ่มแอลจีบีทีร่วมเดินขบวนและชู 3 นิ้ว ตามท้องถนนอีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 25 มีนาคม (รอยเตอร์)

สหรัฐเล็งแซงก์ชัน2บริษัทยักษ์เมียนมา-ผู้ชุมนุมลงถนนอีกครั้ง

แหล่งข่าวในฝ่ายบริหารของประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐอเมริกา เปิดเผยเมื่อวันที่ 24 มีนาคมนี้ระบุว่า ทางการสหรัฐอเมริกาเตรียมประกาศลงโทษด้วยการแซงก์ชันบริษัทขนาดใหญ่ซึ่งดำเนินการโดยกองทัพเมียนมา 2 บริษัท คือ บรรษัทเศรษฐกิจแห่งเมียนมา (เอ็มอีซี) และ บริษัทเศรษฐกิจเมียนมาจำกัด (เอ็มอีเอชแอล) โดยเตรียมอายัดทรัพย์สินของบริษัททั้งสองและกิจการในเครือที่มีอยู่ในสหรัฐอเมริกาทั้งหมด โดยคำประกาศอาจมีขึ้นในเร็วๆ นี้ โดยอาจเป็นวันที่ 25 มีนาคม เพื่อลงโทษการปราบปรามผู้ประท้วงอย่างโหดเหี้ยมจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 286 ราย ทั้งนี้ตามข้อมูลของสมาคมเพื่อให้การช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) ในเมียนมา

ทั้งนี้การแซงก์ชันดังกล่าว อาศัยความตามคำสั่งฝ่ายบริหารที่ประธานาธิบดีไบเดน ลงนามไว้เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และมีการใช้เพื่อแซงก์ชันกองทัพและผลประโยชน์ของกองทัพ รวมทั้งการอายัดเงิน 1,000 ล้านดอลลาร์ที่ฝากอยู่ในกองทุนสำรองแห่งรัฐ (เฟด) หรือธนาคารกลางของสหรัฐสาขานิวยอร์ก นอกเหนือจากนั้น อังกฤษและสหภาพยุโรป (อียู) ก็ประกาศแซงก์ชันบรรดานายทหารระดับสูง รวมทั้ง พลเอกอาวุโส มิน อ่อง ลาย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้ก่อการรัฐประหาร รวมทั้งลูกๆ ที่บรรลุนิติภาวะแล้วอีกด้วย ในขณะที่มีบริษัทที่อยู่ภายใต้การบริหารของกองทัพถูกแซงก์ชันไป 3 บริษัทเท่านั้นทั้งหมดเป็นกิจการอัญมณีและเหมืองหยกของทหาร

สำหรับ เอ็มอีซี และ เอ็มอีเอชแอล นั้น เชื่อกันว่าเป็นบริษัทที่กองทัพตั้งขึ้นเพื่อสร้างรายได้ โดยทั้ง 2 บริษัทมีกิจการหลากหลายอยู่ในเครืออีกหลายบริษัท ตั้งแต่การผลิตและจำหน่ายเบียร์, บุหรี่, โทรคมนาคม, ยางรถยนต์, เหมืองและอสังหาริมทรัพย์ และตกเป็นเป้าเรียกร้องให้นานาชาติแซงก์ชันโดยองค์กรพัฒนาเอกชนหลายแห่งมาตลอด นอกเหนือจากกิจการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของกองทัพเมียนมาในเวลานี้

สำหรับความเคลื่อนไหวชุมนุมประท้วงและแสดงอารยะขัดขึ้นเพื่อต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมาในวันที่ 25 มีนาคม ปรากฏว่า ชาวเมียนมาแห่กันออกมาเดินขบวนแสดงพลังกันตามท้องถนนในหลายเมืองใหญ่อีกครั้ง ตั้งแต่นครย่างกุ้ง, เมืองโมนยวา เมืองสำคัญตอนกลางของประเทศ, มัณฑเลย์, ทวายและมะริด หลังจากการสไตรค์เงียบทำเอาหลายเมืองเหล่านี้เป็นเมืองร้าง โดย อาย ตินซา หม่อง แกนนำในการชุมนุมประท้วงระบุว่า พายุการประท้วงรุนแรงที่สุดกำลังเกิดขึ้นหลังความเงียบสงบเมื่อวานนี้

ฮินตา มีเดีย คอร์ป. สื่อในท้องถิ่นเมียนมา รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าสลายการชุมนุมบนท้องถนนที่มะละแหม่ง โดยกวาดจับผู้ประท้วงไปอย่างน้อย 20 ราย ในขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย แต่ยังไม่มีรายงานการสลายการชุมนุมในเมืองอื่นๆ แต่อย่างใด (รอยเตอร์)

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้นักบิด ขอโทษ ไม่รู้ ‘ถ้ำโต๊ะหลวง’ เป็นโบราณสถาน อ้างใกล้ค่ำ เห็นว่าเป็นทางลัด
บทความถัดไปปี 2020 ‘เสียวหมี่’ ยังคงเติบโตและมีกำไรอย่างต่อเนื่อง