‘ไบเดน’ สั่งระงับความตกลงการค้า-การลงทุนเมียนมาไม่มีกำหนด

AFP

‘ไบเดน’ สั่งระงับความตกลงการค้า-การลงทุนเมียนมาไม่มีกำหนด

นางแคเทอรีน ไท ผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (ยูเอสทีอาร์) แถลงว่า ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดี โจ ไบเดน มีคำสั่งให้ระงับการดำเนินการตาม กรอบความตกลงด้านการค้าและการลงทุน (ทีไอเอฟเอ) ออกไปแบบไม่มีกำหนด จนกว่าจะมีการฟื้นฟูประชาธิปไตยขึ้น หลังจากรัฐบาลทหารเมียนมาเดินหน้าใช้ความรุนแรงปราบปรามผู้ประท้วงไม่หยุดหย่อน จนมีผู้เสียชีวิตไม่น้อยกว่า 500 รายแล้ว

ทีไอเอฟเอ เป็นความตกลงเก่าแก่ที่มีอายุเกือบ 50 ปีที่มีเป้าหมายเพื่อลดอุปสรรคทางการค้าและการลงทุนระหว่างสหรัฐอเมริกากับเมียนมา โดยเป็นขั้นตอนเริ่มต้นที่จะนำไปสู่การทำความตกลงจัดตั้งเขตการค้าเสรีระหว่างกัน แต่ไม่เคยมีการบังคับใช้อย่างเต็มที่มาก่อน แม้อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามาจะลงนามในความตกลงไว้เมื่อปี 2556 จนกระทั่งหมดอายุลงเมื่อสิ้นปี 2563 ที่ผ่านมา แต่เคยคาดการณ์กันว่า บรรดาส.ส.เดโมแครตอาจฟื้นฟูความตกลงดังกล่าวขึ้นมาใหม่จนมีคำสั่งระงับดังกล่าว

การประกาศระงับความตกลงทีไอเอฟเอครั้งนี้ ส่งผลให้เมียนมา ถูกปลดออกจากประเทศที่ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (จีเอสพี) หมดสิทธิ์ที่จะส่งสินค้าออกไปยังสหรัฐอเมริกาโดยไม่ต้องเสียภาษีไปด้วยโดยอัตโนมัติ

“สหรัฐอเมริกาขอประนามการแสดงพฤติกรรมรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตของกองกำลังรักษาความมั่นคงของเมียนมาต่อพลเรือนของตนเอง การสังหารผู้ประท้วงด้วยสันติ, นักศึกษา, แรงงาน, ผู้นำแรงงาน, แพทย์สนามและเด็กๆ คือสิ่งที่น่าตกตะลึงตามสามัญสำนึกของชุมชนนานาชาติ” ผู้แทนการค้าสหรัฐระบุ

นางไท เปิดเผยด้วยว่าทางการสหรัฐกำลังตรวจสอบการใช้แรงงานในเมียนมา เพื่อพิจารณาให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรอยู่ในเวลานี้ โดยพบว่าประวัติการบังคับใช้แรงงานของเมียนมา “น่ากังวลอย่างยิ่ง” ในแง่ของการจำกัดสิทธิของสหภาพและสิทธิแรงงานต่างๆ อีกด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon