กองกำลังชาติพันธุ์ประณามรัฐบาลทหาร ลั่นเคียงข้างชาวเมียนมา ต้านอำนาจเผด็จการ

กลุ่มผู้ประท้วงรวมตัวชุมนุมต้านรัฐประหารในรัฐกะฉิ่นของเมียนมา เมื่อวันที่ 3 เมษายน (เอเอฟพี)

กองกำลังชาติพันธุ์ประณามรัฐบาลทหาร ลั่นเคียงข้างชาวเมียนมา ต้านอำนาจเผด็จการ

เมื่อวันที่ 3 เมษายน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า กองกำลังติดอาวุธกลุ่มชาติพันธุ์ 10 กลุ่มในเมียนมา ได้หารือกันถึงสถานการณ์ในเมียนมาผ่านทางออนไลน์ โดยร่วมกันประณามการใช้กระสุนปืนจริงในการปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงของรัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งเจ้ายอดศึก ประธานสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน อันเป็นกองกำลังติดอาวุธในรัฐฉาน กล่าวว่า คณะผู้นำทหารจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว

เจ้ายอดศึกยังกล่าวถึงการที่รัฐบาลทหารเมียนมาประกาศหยุดยิงกับกองกำลังติดอาวุธกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าการประกาศหยุดยิงดังกล่าวหมายความว่าฝ่ายความมั่นคงเมียนมาควรจะต้องยุติการก่อความรุนแรงใดๆ ซึ่งรวมถึงการกระทำรุนแรงต่อกลุ่มผู้ประท้วงด้วย เจ้ายอดศึกประกาศด้วยว่า กองกำลังชาติพันธุ์ทั้ง 10 กลุ่ม ยืนหยัดเคียงข้างประชาชนที่กำลังเรียกร้องให้ยุติอำนาจเผด็จการ

ทั้งนี้ กองกำลังติดอาวุธกลุ่มชาติพันธุ์ทั้ง 10 กลุ่มนี้ต่างเป็นกลุ่มที่ได้ลงนามในข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศไว้กับรัฐบาลของนางออง ซาน ซูจี ผู้นำรัฐบาลพลเรือน ก่อนจะถูกกองทัพเมียนมายึดอำนาจ ในความพยายามของรัฐบาลซูจีที่จะเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งกับกองกำลังชาติพันธุ์ในเมียนมาที่เคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อการปกครองตนเองมานาน

วันเดียวกัน กองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ออกมาประณามกองทัพเมียนมาว่าใช้กำลังเกินกว่าเหตุ จากการทิ้งระเบิดและปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในรัฐกะเหรี่ยงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 27-30 มีนาคมที่ผ่านมา ที่ส่งผลให้ประชาชนผู้ไร้ซึ่งอาวุธ รวมถึงเด็กๆ เสียชีวิตหลายราย นอกจากนี้ยังทำให้ชาวบ้านมากกว่า 12,000 คน ต้องอพยพหนีความรุนแรงออกจากหมู่บ้านของตนเอง ซึ่งยังทำให้เกิดวิกฤตทางมนุษยธรรมครั้งใหญ่ขึ้นด้วย

Advertisement

การปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มกองกำลังเคเอ็นยูกองทัพเมียนมา เกิดขึ้นหลังจากกองกำลังเคเอ็นยูได้ยึดที่มั่นของทหารเมียนมาในรัฐกะเหรี่ยงและสังหารทหารเมียนมาไป 10 นาย ทำให้ถูกกองทัพเมียนมาโจมตีตอบโต้

อย่างไรก็ตาม นายซอ มิน ตุน โฆษกรัฐบาลทหารเมียนมา กล่าวกับเอเอฟพีว่า กองทัพพุ่งเป้าโจมตีกองพลน้อยที่ 5 ของเคเอ็นยูเท่านั้นที่ได้ยึดที่มั่นทหารและสังหารเจ้าหน้าที่ทหารไป โดยเราได้โจมตีทางอากาศในวันนั้นเพียงวันเดียว และว่า กองทัพได้ลงนามในข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ หากพวกเขาปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าวก็ไม่มีเหตุผลที่จะเกิดความขัดแย้งขึ้น

ขณะที่สื่อท้องถิ่นกะเหรี่ยงและกลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนหลายองค์กรรายงานว่า มีการทิ้งระเบิดและการโจมตีทางอากาศถล่มในรัฐกะเหรี่ยงในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ส่งผลให้มีชาวเมียนมาราว 3,000 คน หลบหนีข้ามแม่น้ำสาละวินเข้ามายังฝั่งไทยเมื่อวันที่ 29 มีนาคม เพื่อหาที่พักพิง แต่ส่วนใหญ่ได้เดินทางกลับเข้าไปฝั่งเมียนมาในวันที่ 31 มีนาคม ซึ่งทางการไทยระบุว่าเป็นการเดินทางกลับเข้าไปโดยสมัครใจของผู้อพยพชาวเมียนมา

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image