เมียนมานัดปรบมือทั่ว ปท. สดุดีกองกำลังชาติพันธุ์-เจนแซ่ด สู้อำนาจทหาร เหล่าคนดังโดนหมายจับกว่า 60 คน

กลุ่มผู้ประท้วงชาวเมียนมาจุดไฟเผาธงชาติจีน ในระหว่างการรวมตัวชุมนุมกันในเมืองย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 5 เมษายน (รอยเตอร์)

เมียนมานัดปรบมือทั่ว ปท. สดุดีกองกำลังชาติพันธุ์-เจนแซ่ด สู้อำนาจทหาร เหล่าคนดังโดนหมายจับกว่า 60 คน

ความคืบหน้าสถานการณ์ในเมียนมาเมื่อวันที่ 5 เมษายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กลุ่มผู้ประท้วงชาวเมียนมาในหลายเมืองออกมาเดินขบวนเรียกร้องให้คืนอำนาจให้กับรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซูจี และมีการปลุกระดมมวลชนทั่วประเทศให้พากันออกมาแสดงการต่อต้านท้าทายกองทัพเมียนมาที่ใช้กำลังรุนแรงปราบปรามประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านอำนาจเผด็จการทหาร ในการเคลื่อนไหวที่กลุ่มผู้ประท้วงเรียกว่า “สปริง เรฟโวลูชั่น” โดยกลุ่มผู้ประท้วงได้นัดเวลากันที่จะรวมตัวปรบมือส่งเสียงให้ดังพร้อมกันทั่วประเทศในเวลา 5 โมงเย็นของวันที่ 5 เมษายน เป็นเวลา 5 นาที เพื่อเป็นการสดุดีให้กับกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มชาติพันธุ์ที่สนับสนุนการต่อต้านการยึดอำนาจของกองทัพ รวมถึงเหล่าเยาวชนที่ยืนหยัดต่อสู้กับกองกำลังฝ่ายความมั่นคงบนท้องถนน และพยายามเป็นโล่กำบังให้ หรือเข้าช่วยเหลือผู้ประท้วงที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกเจ้าหน้าที่รัฐใช้กำลังเข้าปราบปราม

นายเอ ตินซา หม่อง หนึ่งในแกนนำผู้ประท้วงโพสต์บนเฟซบุ๊กว่า “มาปรบมือพร้อมกัน 5 นาที ในวันที่ 5 เมษายน เวลา 5 โมงเย็น เพื่อสดุดีให้กับองค์กรติดอาวุธชนกลุ่มน้อย และเยาวชนรุ่นเจนแซ่ดจากเมียนมา ที่กำลังต่อสู้ในการปฏิวัติในนามของพวกเรา”

ในย่างกุ้ง ยังมีรายงานผู้ประท้วงส่วนหนึ่งรวมตัวกันจุดไฟเผาธงชาติจีนด้วย เป็นการแสดงการต่อต้านจีนที่กลุ่มผู้ประท้วงเชื่อว่าให้การสนับสนุนกองทัพ

รอยเตอร์

ด้านสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) ระบุในวันเดียวกันว่า มีประชาชนที่ถูกเข่นฆ่าสังหารนับจากกองทัพเมียนมาก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 557 ราย โดยมีรายงานผู้ประท้วงถูกตำรวจทหารเมียนมายิงสังหารเสียชีวิตอีก 6 ราย ในระหว่างการใช้กำลังเข้าสลายกลุ่มผู้ประท้วงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่มีรายงานผู้ที่ถูกทางการเมียนมาจับกุมไปแล้วราว 2,658 คน นอกจากนี้มีรายงานว่ารัฐบาลทหารเมียนมาได้ออกหมายจับเหล่าคนดัง อินฟลูเอนเซอร์ นางแบบและศิลปินนักร้อง ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเพิ่มขึ้นอีกเป็นมากกว่า 60 คน ในข้อหาปลุกปั่นยั่วยุ ในความพยายามที่จะปิดปากเสียงวิพากษ์วิจารณ์กองทัพเมียนมา

ขณะเดียวกันสื่อทางการเมียนมารายงานเมื่อวันอาทิตย์ (4 เม.ย.) ที่ผ่านมา ว่า พลเอกอาวุโสมิน อ่อง ลาย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้นำรัฐบาลทหาร ได้กล่าวกับทหารเมียนมาโดยอ้างว่า กองกำลังฝ่ายความมั่นคงได้ใช้ความยับยั้งชั่งใจอย่างถึงที่สุดในการรับมือกับผู้ก่อจลาจลติดอาวุธซึ่งก่อความรุนแรง และทำให้เกิดภาวะอนาธิปไตยขึ้นในประเทศ

วันเดียวกัน ฟิตช์ โซลูชั่น ได้คาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจของเมียนมาว่าจะหดตัวลง 20 เปอร์เซ็นต์ในปีงบประมาณนี้ที่เริ่มจากเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ผลจากสถานการณ์ในเมียนมาที่อยู่ในจุดเกินกว่าความไม่แน่นอน จากที่ก่อนหน้าเกิดรัฐประหาร มีการคาดหมายว่าเศรษฐกิจของเมียนมาจะเติบโตได้ 2 เปอร์เซ็นต์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon