ทหารเมียนมายิงม็อบดับอีก 5 ศพ รัฐบาลเงาเตรียมงัดข้อมูลฟ้องยูเอ็น หวั่นเป็นรัฐล้มเหลว

ภาพจากบัญชีเฟซบุ๊กแสดงให้เห็นกลุ่มผู้ประท้วงชาวเมียนมาเดินถือดอกประดู่ ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติของสหภาพเมียนมา ในระหว่างเดินขบวนต่อต้านรัฐประหารในเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 7 เมษายน (เอเอฟพี)

ทหารเมียนมายิงม็อบดับอีก 5 ศพ รัฐบาลเงาเตรียมงัดข้อมูลฟ้องยูเอ็น หวั่นเป็นรัฐล้มเหลว

เมื่อวันที่ 7 เมษายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทหารเมียนมาเปิดฉากยิงเข้าใส่กลุ่มผู้ประท้วงอีกในระหว่างตระเวนปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐประหารตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 7 เมษายน ที่เมืองกะเล ในรัฐสไกง์ ซึ่งมีกลุ่มผู้ประท้วงออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้คืนอำนาจรัฐให้กับรัฐบาลนางออง ซาน ซูจี โดยสื่อท้องถิ่นรายงานว่ามีผู้ประท้วงเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย

เอเอฟพี

มิซซิมานิวส์รายงานว่า มีผู้ประท้วงถูกยิงเสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย พร้อมโพสต์ภาพเหตุการณ์ที่เผยให้เห็นไฟกำลังลุกไหม้ใกล้กับรถหลายคันและภาพของทหารพกอาวุธปืนไรเฟิลอยู่บนท้องถนน ด้านชาวเมืองกะเลรายหนึ่งอ้างข้อมูลจากผู้เห็นเหตุการณ์หลายคนที่ถ่ายภาพศพผู้เสียชีวิตไว้ได้ 5 ศพ

เอเอฟพี

ด้านดอกเตอร์ ซาซ่า แกนนำในรัฐบาลซูจีที่้ตั้งคณะกรรมการผู้แทนสมัชชาแห่งสหภาพ (ซีอาร์พีเอช) หรือรัฐบาลเงาเมียนมาขึ้นมาระบุว่า ทีมกฎหมายของซีอาร์พีเอชเตรียมจะยื่นหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำอันโหดเหี้ยมของกองทัพเมียนมาที่มีราว 180,000 ชิ้น ต่อคณะทำงานด้านสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติ โดยจะมีการประชุมหารือกับผู้แทนจากกลไกสอบสวนอิสระเพื่อเมียนมาในวันเดียวกันนี้

เอเอฟพี

ขณะที่การรณรงค์เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหารที่นำโดยกลุ่มเยาวชนเมียนมาและการแชร์ข้อมูลข่าวสารกันในโลกออนไลน์ ยังเป็นไปอย่างยากลำบากจากการที่ทางการบล็อกสัญญาณอินเตอร์เน็ตไร้สายและอินเตอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ แต่ชาวเมียนมายังสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตจากโทรศัพท์พื้นฐานได้ นอกจากนี้มีรายงานกลุ่มผู้ประท้วงหันมาผลิตแผ่นพับขนาด เอ4 ที่ให้ข้อมูลข่าวสารรายวันเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหารในหมู่ประชาชนด้วยการแจกจ่ายแผ่นพับนี้และการแชร์ข้อมูลข่าวสารทางดิจิทัล หลังจากสื่อสิ่งพิมพ์ในเมียนมาถูกรัฐบาลทหารปิดปาก

สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง(เอเอพีพี) อัพเดทข้อมูลล่าสุดว่ามีชาวเมียนมาถูกทหารตำรวจเข่นฆ่าสังหารในการชุมนุมประท้วงรายวันไปแล้ว 581 ราย ในจำนวนนี้มีเด็กรวมอยู่หลายสิบราย และมีผู้ถูกจับกุมไปแล้วราว 3,500 คน

เอเอฟพี

ด้านนางเร็ตโน มาร์ซูดี รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย เปิดเผยภายหลังหารือกับนายโดมินิก ราบบ์ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษว่า นายราบบ์ได้หารือว่าอังกฤษและประชาคมระหว่างประเทศจะช่วยเหลือความพยายามของอินโดนีเซียในการแก้ไขวิกฤตความขัดแย้งในเมียนมาได้อย่างไร

ฟิตช์ โซลูชั่น บริษัทวิจัยระบุในรายงานที่เผยแพร่ในวันเดียวกันว่า มาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกเพียงลำพัง อาจไม่สามารถฟื้นคืนประชาธิปไตยกลับสู่เมียนมาได้ และว่า เมียนมากำลังจะกลายเป็นรัฐล้มเหลว “การใช้ความรุนแรงต่อพลเมืองและกองกำลังติดอาวุธกลุ่มชาติพันธุ์มากขึ้นเป็นการแสดงให้เห็นว่ากองทัพเมียนมากำลังสูญเสียการควบคุมประเทศไปมากยิ่งขึ้น” รายงานระบุ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon