สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายสุโตโป นูโกรโฮ โฆษกของสำนักงานภัยพิบัติของอินโดนีเซีย เปิดเผยเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม แสดงความเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ไฟป่าในอินโดนีเซียและหมอกควันพิษที่ส่งผลกระทบต่อประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปีนี้จะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา
นายนูโกรโฮได้อ้างอิงจากจุดที่เกิดไฟป่าในปีนี้ที่ลดลง 61 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมี 6 จังหวัดแล้วที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทำให้ทางสำนักงานสามารถเข้าไปรับมือได้อย่างเร็วกว่าปีก่อน ที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพียง 3 จังหวัด ทำให้ล่าช้าเกินกว่าที่จะเข้าไปจัดการ เนื่องจากไฟป่าได้ลุกลามไปมากแล้ว
ข่าวระบุว่า เมื่อปี 2558 เกิดปัญหาหมอกควันที่เลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของอินโดนีเซีย จนส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างอินโดนีเซียกับประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่ธนาคารโลกระบุว่า เหตุไฟป่าในอินโดนีเซียเมื่อปีที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึง 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.6 แสนล้านบาท) หรือคิดเป็น 1.9 เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)
ทั้งนี้ อินโดนีเซียมีพื้นที่ของป่าเขตร้อนมาเป็นอันดับ 3 ของโลก แต่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและจากประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่า ไม่สามารถหยุดยั้งปัญหาหมอกควันพิษที่เกิดจากไฟป่าที่เกิดขึ้นทุกปีได้ ที่ส่วนใหญ่ปัญหาไฟป่าเกิดขึ้นจากการเคลียร์พื้นที่ป่าเพื่อปลูกปาล์มน้ำมัน

