เมียนมายังกรุ่น! ระเบิดพัสดุบึ้มกลางหมู่บ้านดับ 5 ศพ รวมส.ส.พรรคซูจี กองทัพโจมตีหนักรัฐคะฉิ่น

แฟ้มภาพรอยเตอร์

เมียนมายังกรุ่น! ระเบิดพัสดุบึ้มกลางหมู่บ้านดับ 5 ศพ รวมส.ส.พรรคซูจี กองทัพโจมตีหนักรัฐคะฉิ่น

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่หมู่บ้าน ซีโอเกะในเมืองพเย ภูมิภาคพะโค เขตปกครองตอนกลางค่อนมาทางใต้ของเมียนมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ 5 ราย รวมทั้ง นายเต็ต วิน ลาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สังกัดพรรคสันนิบาตชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ประจำภูมิภาคพะโค ที่ถูกปลดพ้นตำแหน่งเมื่อมีการรัฐประหาร พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 3 นาย ซึ่งตัดสินใจหนีจากต้นสังกัดมาเข้าร่วมกับขบวนการอารยะขัดขืนเพื่อต่อต้านการปกครองของกองทัพ และเดินทางมาหลบซ่อนที่หมู่บ้านแห่งนี้พร้อมกับตำรวจดังกล่าว ผู้เสียชีวิตอีกรายเป็นเจ้าของบ้านหลังเกิดเหตุ โดยมีตำรวจที่หลบหนีมาใช้บ้านหลังนี้หลบซ่อนตัวอีกรายได้รับบาดเจ็บสาหัส แขนข้างหนึ่งถูกแรงระเบิดตัดขาด กำลังได้รับการรักษาอาการอยู่ที่โรงพยาบาลพเยในเวลานี้

เมียนมานาว เว็บพอร์ทัลข่าวในเมียนมารายงานว่า สาเหตุของการระเบิดยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ชาวบ้านที่เป็นแหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่าอาจเป็นระเบิดพัสดุ เนื่องจากเกิดการระเบิดขึ้นทันทีในขณะที่ผู้เสียชีวิตรายหนึ่งกำลังเปิดหีบห่อที่ส่งมาให้ ทั้งยังตั้งข้อสังเกตไว้ด้วยว่า หลังเกิดเหตุไม่นาน รถบรรทุกทหารและตำรวจมากถึง 10 คันเดินทางมาถึงบ้านเกิดเหตุทันที

รอยเตอร์ระบุว่า หลังการรัฐประหาร การก่อเหตุรุนแรงเกิดขึ้นมากมายหลายรูปแบบ ทั้งที่เกิดจากเจ้าหน้าที่ซึ่งใช้การกวาดล้างผู้ชุมนุมประท้วงอย่างรุนแรงด้วยกระสุนจริงเป็นเหตุให้มีผู้ถูกยิงเสียชีวิตไปแล้ว 766 ราย ทั้งในเมืองใหญ่และตามพื้นที่ชนบทต่างๆ หรือการปะทะกันด้วยอาวุธสงครามระหว่างกองกำลังชนกลุ่มน้อยกับทหารเมียนมา และการลอบโจมตีของกลุ่มต่อต้าน

ทั้งนี้ สื่อท้องถิ่นในเมียนมารายงานด้วยว่า มีผู้บริหารเขตปกครองในนครย่างกุ้งที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ถูกแทงเสียชีวิต อีกด้วย

สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) ซึ่งเก็บรวบรวมสถิติพลเรือนถูกสังหารและจับกุม ระบุว่า มีพลเรือนถูกเจ้าหน้าที่สังหารไปจากสาเหตุของการประท้วงต่อต้านรัฐบาลทหารมากถึง 766 ราย แต่ถูกรัฐบาลทหารกล่าวหาว่า ปั้นตัวเลขสูงเกินไป และอ้างว่ามีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตไประหว่างปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนถึงอย่างน้อย 24 รายแล้ว เอเอพีพี ระบุว่า มีผู้ถูกคุมขังด้วยสาเหตุเดียวกันนี้อีกกว่า 3,600 ราย ในจำนวนนี้มีผู้สื่้อข่าวรวมอยู่ด้วยอย่างน้อย 84 รายซึ่งในจำนวนนี้มีมากถึง 50 รายที่ยังคงถูกคุมขัง รวมทั้งนาย เน เมียว ลิน บรรณาธิการของวิทยุเสียงอเมริกา (วีโอเอ) ภาคภาษาเมียนมา กับผู้สื่อข่าว ชีน อ่อง ซึ่งถูกจับกุมตัวไปโดยไม่ให้เหตุผล จนเป็นเหตุให้วิทยุและเว็บไซต์วีโอเอเมียนมาต้องยุติการดำเนินงานชั่วคราวไปในวันเดียวกัน และนาย ยูกิ คิตะซูมิ ผู้สื่อข่าวอิสระชาวญี่ปุ่น ซึ่งเกียวโดรายงานก่อนหน้านี้ว่า ถูกจับและถูกตั้งข้อหาว่าเผยแพร่ข่าวปลอม นอกจากนั้นยังถอนใบอนุญาตสื่อท้องถิ่นในรัฐคะฉิ่นอีกอย่างน้อย 2 รายเมื่อสองสามวันที่ผ่านมา คือ มยิตจินา นิวส์ เจอร์นัล กับ เดอะ 74 มีเดีย

ขณะที่ โกลบอลนิวไลท์ออฟเมียนมา หนังสือพิมพ์ของทางการรายงานว่า พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง ลาย ออกมากล่าวสุนทรพจน์แสดงความชื่นชมและตระหนักในความสำคัญของอิสระและเสรีภาพของสื่อมวลชน เนื่องในวันเสรีภาพสื่อโลกเมื่อ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ในส่วนของการสู้รบระหว่างชนกลุ่มน้อยกับกองทัพเมียนมา มีรายงานจากรัฐคะฉิ่นว่า ทางกองทัพอากาศเมียนมายังคงส่งเครื่องบินไปถล่มพื้นที่ในเมืองโมเมาะ อย่างต่อเนื่องในวันเดียวกันนี้ หลังจากที่เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพ ถูกกองทัพคะฉิ่นอิสระ (เคไอเอ) ยิงตกเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา นอกจากนั้น กองกำลังป้องกันดินแดนชิน (ซีดีเอฟ) กองกำลังติดอาวุธของชนกลุ่มน้อยในรัฐชิน รัฐทางตะวันตกที่มีชายแดนติดต่อกับอินเดีย ที่เพิ่งประกาศก่อตั้งขึ้นมาหลังการรัฐประหารครั้งนี้ เปิดเผยผ่านหน้าเฟซบุ๊กของตนเองว่า กองกำลังซีดีเอฟ สามารถสังหารทหารเมียนมาได้อย่างน้อย 4 ราย ทำให้ได้รับบาดเจ็บอีก 10 ราย ในการปะทะกันตลอดคืนวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ในขณะเดียวกัน รอยเตอร์และสื่อท้องถิ่นเมียนมาระบุว่า ยังคงมีการชุมนุม เดินขบวนและหยุดงานเป็นการประท้วงและต่อต้านระบอบการปกครองของทหารในหลายเมือง ทั้งในย่างกุ้ง และอีกหลายเมืองในภูมิภาคมัณฑะเลย์, ภูมิภาคสะกาย, ภูมิภาคตะนาวศรี, รัฐคะฉิ่นและรัฐกะเหรี่ยง โดยเฉพาะที่มัณฑะเลย์มีผู้เข้าร่วมหลายพันคนประกาศบอยคอตการเรียนการสอนทั้งหมด บางพื้นที่อย่างเช่นที่เมืองพะโม ในรัฐคะฉิ่น มีการปล่อยว่าวกระดาษและเครื่องบินกระดาษ เพื่อเป็นสัญลักษณ์พร้อมกับสวดภาวนาให้เครื่องบินของกองทัพตกลงสู่พื้นเหมือนเครื่องบินกระดาษอีกด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้โกลบอลโฟกัส : บี1.617: มหันตภัยที่อินเดีย
บทความถัดไปใจป้ำ! สหกรณ์ตำรวจเมืองคอน ควักเงินเฉียดล้าน ทำประกันโควิด-19 ให้สมาชิก