รบ.เงาเมียนมาปัดข้อเสนออาเซียน เปิดเจรจา รบ.ทหาร ซูจีมีนัดขึ้นศาล 24 พ.ค.

กลุ่มนักศึกษาเมียนมาเดินชู 3 นิ้วถือป้ายประท้วงต้านรัฐประหาร ในเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม (รอยเตอร์)

รบ.เงาเมียนมาปัดข้อเสนออาเซียน เจรจา รบ.ทหาร เผยซูจีมีนัดขึ้นศาล 24 พ.ค.

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม สำนักข่าวเอเอฟพีอ้างการเปิดเผยจากนายขิ่น หม่อง ซอ หนึ่งในทีมทนายความของนางออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของเมียนมา วัย 75 ปี ที่อยู่ระหว่างถูกควบคุมตัวไว้ในบ้านพักในกรุงเนปยีดอ ระบุว่า นางซูจีมีกำหนดจะปรากฏตัวต่อศาลเป็นครั้งแรกในการไต่สวนคดีในวันที่ 24 พฤษภาคมนี้ หลังจากที่ไม่เคยได้รับอนุญาตให้ปรากฏตัวในที่สาธารณะอีกเลยนับตั้งแต่เกิดการรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นางซูจี อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐ และรัฐมนตรีต่างประเทศของรัฐบาลพลเรือนที่ถูกรัฐประหาร ถูกตั้งข้อหาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมเป็น 6 ข้อหา มีตั้งแต่การครอบครองวิทยุสื่อสารแบบวอล์คกี้ ทอล์คกี้ โดยไม่ได้รับอนุญาต, ละเมิดคำสั่งเพื่อการยับยั้งการระบาดโควิด-19 ตลอดจนข้อหาที่ร้ายแรงที่สุดคือการละเมิดกฎหมายว่าด้วยความลับทางราชการ ในขณะที่ยังมีการกล่าวหาว่าคอร์รัปชั่น รับสินบนทั้งที่เป็นเงินและเป็นทองคำแท่ง แต่ยังไม่มีการตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด

การพิจารณาคดีของนางซูจีที่ผ่านมามีขึ้นที่ศาลในนครย่างกุ้ง โดยอดีตผู้นำสูงสุดของพรรคเอ็นแอลดี ให้การต่อศาลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เท่านั้นและคืบหน้าไปช้ามาก จนนางซูจีแสดงความไม่พอใจออกมาในการไต่สวนครั้งหลังสุด จนในที่สุดศาลมีคำสั่งเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ให้นางซูจีปรากฏตัวต่อศาลในการไต่สวนคดีครั้งต่อไป ซึ่งจะมีขึ้นในที่ทำการพิเศษของศาลที่จะจัดให้มีขึ้นใกล้กับบ้านที่นางถูกกักบริเวณอยู่ในเวลานี้

นายขิ่น หม่อง ซอ ระบุว่า นางซูจีจะปรากฏตัวต่อศาลในวันที่ 24 นี้ แต่ศาลยังไม่มีคำสั่งให้ทนายความเข้าพบเพื่อหารือคดีกับนางซูจีแต่อย่างใด เพราะทางตำรวจยังไม่ยอมตอบต่อศาลว่าสามารถจัดการให้มีการพบหน้ากันดังกล่าวหรือไม่ ทั้งๆ ที่การหารือกับลูกความเป็นส่วนตัว ถือเป็นสิทธิพื้นฐานอันชอบธรรมของจำเลย

ทางด้านรอยเตอร์รายงานในวันเดียวกันนี้ว่า นายเคต ตี กวีชาวเมียนมา วัย 45 ปี ที่ประกาศตัวต่อต้านรัฐบาลทหาร เสียชีวิตระหว่างอยู่ในที่คุมขังเมื่อคืนวันที่ 9 พฤษภาคม โดยภรรยาระบุว่า ได้รับแจ้งให้ไปพบสามีที่โรงพยาบาล เมื่อไปถึงกลับพบผู้เป็นสามีเสียชีวิตแล้วในสภาพศพที่ถูกนำเอาอวัยวะภายในหลายอย่างออกไป

นางชอ ซู ภรรยาของนายเคต ตี เปิดเผยกับวิทยุบีบีซีภาคภาษาพม่าจากบ้านพักในเมืองโมนยวา ว่าทั้งตนและสามี ถูกนำตัวไปสอบปากคำตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่สถานีตำรวจในเมืองชเวโบ เขตภูมิภาคสกาย ห่างจากโมนยวาราว 100 กิโลเมตร โดยมีทั้งทหารและตำรวจเป็นผู้สอบปากคำเป็นจำนวนมาก หลังจากนั้นมีเพียงนางชอ ซู ได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน จนได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ในเช้าวันนี้ให้ไปพบสามีที่โรงพยาบาลโมนยวา เมื่อไปถึงพบว่า ผู้เป็นสามีเสียชีวิตและถูกนำเข้าห้องดับจิตเรียบร้อยแล้วในสภาพที่อวัยวะภายในถูกนำออกไปจนหมด

นางชอ ซู ระบุว่า ได้รับแจ้งจากทางโรงพยาบาลว่าสามีมีปัญหาโรคหัวใจ แต่เธอยืนยันได้ว่าไม่เป็นความจริง เธอมั่นใจว่านายเคต ตี เสียชีวิตจากการถูกทารุณกรรมระหว่างการสอบสวนที่ศูนย์สอบปากคำนั่นเอง

รอยเตอร์ระบุว่า นายเคต ตี ผู้เป็นเจ้าของวรรคทอง “พวกเขามุ่งเป้ายิงศีรษะ แต่ไม่รู้หรอกว่าปฏิวัตินั้นจำหลักอยู่ในหัวใจ” เป็นกวีรายที่ 3 ที่ถูกสังหารนับตั้งแต่การรัฐประหารเป็นต้นมา อีกรายคือ เค ซา วิน วัย 39 ปี ถูกยิงเสียชีวิตในระหว่างการประท้วงที่โมนยวาเมื่อต้นเดือนมีนาคม

รอยเตอร์รายงานในวันนี้เช่นกันว่า ได้รับการเปิดเผยจากตัวแทนของสมาพันธ์ครูแห่งเมียนมา (เอ็มทีเอฟ) ว่ามีนักวิชาการ อาจารย์และเจ้าหน้าที่ด้านอื่นๆ ของมหาวิทยาลัยและสถานศึกษา กว่า 11,000 ราย ถูกสั่งพักงาน หลังจากเข้าร่วมในการหยุดงานเพื่อแสดงอารยะขัดขืน ต่อรัฐบาลทหารเมียนมา รวมทั้ง ตานดา นักวิชาการระดับคณบดีจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งยืนยันว่าจะไม่เดินทางไปตามคำเรียกตัวของทางการในวันนี้ และเรียกร้องเพื่อนนักวิชาการด้วยกันไม่ให้ปฏิบัติตามคำสั่งของสภาเพื่อการปกครองแห่งรัฐ (เอสเอซี) ที่กองทัพเมียนมาจัดตั้งขึ้นปกครองประเทศ

รอยเตอร์ระบุว่า ศาสตราจารย์ชาวเมียนมาอีกรายซึ่งอยู่ระหว่างการได้รับทุนทางวิชาการจากมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา ได้รับแจ้งว่า ให้เลือกเอาระหว่างการประกาศตัวไม่เห็นด้วยกับการหยุดงานและอารยะขัดขืน ไม่เช่นนั้นก็จะถูกไล่ออกจากตำแหน่ง ทั้งนี้ เชื่อว่าคำสั่งพักงานคณาจารย์จำนวนมากครั้งนี้อาจส่งผลกระทบถึงการเปิดการเรียนการสอนในปีการศึกษาใหม่ ที่กำลังเปิดให้ลงทะเบียนอยู่ในเวลานี้ ในขณะเดียวกับที่มีเด็กนักเรียน นักศึกษาอีกเป็นจำนวนมากประกาศตัวบอยคอตการเปิดเรียนดังกล่าวแล้วเช่นกัน

ด้านเว็บไซต์อิรวดี รายงานว่า นายดูวา ลาซี ลา ประธานสภาที่ปรึกษาแห่งชาติคะฉิ่นในฐานะรองประธานาธิบดีของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (เอ็นยูจี) แถลงยืนยันอย่างชัดเจนว่า จะไม่เปิดการเจรจาต่อรองกับรัฐบาลทหารเมียนมา ตามการเรียกร้องของผู้นำอาเซียน เพราะถือว่าเป็นการฝืนเจตนารมณ์ของประชาชน

ทั้งนี้ การประกาศดังกล่าวของรองประธานาธิบดีรัฐบาลเอ็นยูจี ถือเป็นการปฏิเสธอาเซียนอย่างเป็นทางการเป็นครั้งที่สองแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยแถลงไม่ยอมรับ “ฉันทามติ 5 ประการ” ของอาเซียน ขณะแสดงความผิดหวังที่อาเซียนไม่ได้เชิญเอ็นยูจีเข้าร่วมในการประชุม และไม่ยอมมีมติให้รัฐบาลทหารให้ปล่อยตัวนักโทษการเมือง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บก.ลายจุด สวนกลับ รอง หน.พรรคกล้า พร้อมแนะวิธีสุดท้าย เชื่อทำคนแห่มาฉีดจนแน่นขนัด
บทความถัดไปแม่นกยูงพาลูกทั้ง 4 พร้อมสมาชิกใหม่โชว์ตัวที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่า ป่าบ้านโฮ่ง จ.ลำพูน