หน้าแรก ต่างประเทศ จีนไฟเขียว ใช...

จีนไฟเขียว ใช้วัคซีนซิโนแวคในกลุ่มเด็ก-วัยรุ่น เป็นกรณีฉุกเฉิน

5.06.21 | 14:41 น.
FILE PHOTO: REUTERS

จีนไฟเขียว ใช้วัคซีนซิโนแวคในกลุ่มเด็ก-วัยรุ่น เป็นกรณีฉุกเฉิน

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทางการจีนอนุมัติให้ใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัทซิโนแวค ไบโอเทค ในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น หรือผู้ที่มีอายุระหว่าง 3-17 ปี เป็นกรณีฉุกเฉินในประเทศแล้ว จากการแถลงของนายอิน เว่ยตง ประธานบริษัทซิโนแวค ไบโอเทค ทางสถานีโทรทัศน์ทางการจีนเมื่อคืนวันศุกร์ (4 มิ.ย.) ที่ผ่านมา

นายอินกล่าวว่า จะมีการแนะนำให้ฉีดวัคซีนซิโนแวคในกลุ่มเด็กได้เมื่อไรนั้นขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะเป็นผู้กำหนดยุทธศาสตร์ในการฉีดวัคซีน

โดยทางการจีนได้เร่งขับเคลื่อนกระจายวัคซีนให้กับประชาชน ซึ่งจนถึงวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา จีนได้ทำการกระจายฉีดวัคซีนต้านโควิดในประเทศไปแล้วจำนวนมากถึง 723.5 ล้านโดส แต่ปัจจุบันจีนยังกำหนดกลุ่มอายุที่จะฉีดวัคซีนต้านโควิดได้ไว้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไป

ทั้งนี้ ผลการทดลองทางคลินิคเบื้องต้นของวัคซีนซิโนแวคในระยะที่ 1 และระยะ 2 แสดงผลว่า วัคซีนสามารถทำให้เกิดการตอบสนองต่อภูมิต้านทานในกลุ่มผู้เข้าร่วมโครงการทดลอง ที่มีอายุระหว่าง 3-17 ปี และอาการไม่พึงประสงค์ส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นยังไม่รุนแรงด้วย

ประธานบริษัทซิโนแวคเปิดเผยว่า ซิโนแวคได้ทำการทดลองทางคลินิกในระยะ 2 เสร็จสิ้นแล้ว โดยผู้เข้าร่วมในการทดลองยังได้รับการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 หลังจากฉีด 2 เข็มแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งผู้เข้าร่วมในการทดลองมีระดับแอนติบอดี้ในร่างกายเพิ่มขึ้น 10 เท่าเมื่อเทียบกับระดับก่อนหน้าภายใน 1 สัปดาห์ และเพิ่มเป็น 20 เท่าในเวลาครึ่งเดือน

Advertisement

อย่างไรก็ดี นายอินชี้ว่าซิโนแวคยังจำเป็นต้องเฝ้าสังเกตการในระยะยาวของการสร้างแอนติบอดี้ ก่อนที่จะเสนอแนะต่อทางการว่าควรจะให้วัคซีนเข็มกระตุ้นเมื่อใด

มีรายงานด้วยว่า บริษัท ซิโนฟาร์ม ผู้พัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของทางการจีน ซึ่งใช้เทคโนโลยีคล้ายกับวัคซีนของซิโนแวค กำลังยื่นเรื่องต่อหน่วยงานกำกับดูแลของจีนเพื่อพิจารณาอนุมัติให้ใช้วัคซีนของซิโนฟาร์มในกลุ่มคนอายุน้อยเช่นกัน

ขณะที่วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่พัฒนาโดยบริษัทแคนซิโน ไบโอโลจิคส์ ของจีนอีกแห่ง ซึ่งใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาวัคซีนที่ต่างออกไป กำลังอยู่ในระหว่างการทดลองทางคลินิกระยะที่ 2 ในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 6-17 ปี