เอกอัครราชทูตไทยเล่า การช่วยเหลือ-ดูแลแรงงานไทย ในเหตุสู้รบอิสราเอล-กาซา (จบ)

ส่งร่าง 2 แรงงานไทยกลับมาตุภูมิ

เอกอัครราชทูตไทยเล่า
การช่วยเหลือ-ดูแลแรงงานไทย
ในเหตุสู้รบอิสราเอล-กาซา (จบ)

///

หมายเหตุ “มติชน”หลังเหตุยิงตอบโต้ระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ซึ่งเป็นเหตุให้มีแรงงานไทย 2 รายถูกลูกหลงเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บอีก 8 รายยุติลง มติชนจึงถือโอกาสพูดคุยกับ น.ส.พรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงการดูแลช่วยเหลือแรงงานไทยขณะเกิดเหตุ และการดูแลแรงงานไทยที่ยังทำงานอยู่ในอิสราเอล พร้อมถึงคำถามที่ว่าอิสราเอลยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับแรงงานไทยหรือไม่

///

พรรณนภา จันทรารมย์

๐ดูเหมือนทางการอิสราเอลจะให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับแรงงานไทย ขนาดที่ปธน.อิสราเอลได้โทรคุยกับครอบครัวผู้เสียชีวิต ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอลก็โทรมาแสดงความเสียใจกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ทางการอิสราเอลให้ความสำคัญกับเหตุการณ์นี้อย่างมาก เนื่องจากอิสราเอลมีแรงงานไทยเป็นจำนวนมากและเป็นกำลังสำคัญของภาคการเกษตรของอิสราเอล โดยหน่วยงานอิสราเอลย้ำอยู่เสมอว่า ในส่วนของมาตรการการดูแลความปลอดภัย ไม่มีการแบ่งแยกระหว่างชาวอิสราเอลและแรงงานไทย ทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม

รูเวน ลิฟลิน ปธน.อิสราเอล

การโทรศัพท์หาครอบครัวผู้เสียชีวิตเป็นความคิดริเริ่มของ นายรูเวน ลิฟลิน ประธานาธิบดีอิสราเอลเอง โดย สถานเอกอัครราชทูต (สอท.) ได้ประสานกับกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดเจ้าหน้าที่จากสำนักงานหนังสือเดินทางไปที่บ้านของครอบครัวผู้เสียชีวิตเพื่อประสานเตรียมการโทรศัพท์ ในขณะที่เจ้าหน้าที่กงสุลของ สอท.ช่วยทำหน้าที่ล่ามในการแปลภาษา ซึ่งการโทรศัพท์ครั้งนี้ ถือเป็นการให้เกียรติต่อผู้วายชนม์และครอบครัวอย่างยิ่ง นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีอิสราเอล รมว. กต. และ รมว. กษ. อิสราเอล รวมถึงบุคคลจากทุกวงการทั้งภาครัฐ และเอกชน ได้ร่วมแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย

ดิฉันได้มีโอกาสกล่าวย้ำโดยตรงต่อ นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลระหว่างการบรรยายสรุปเรื่องสถานการณ์ปัจจุบันแก่คณะทูตในอิสราเอลเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ขอให้ทางการอิสราเอลสืบสวน และแก้ไขปัญหาเรื่องการที่แรงงานไม่ได้ยินเสียงไซเรน และการไม่มีจำนวนห้องนิรภัยที่เพียงพอสำหรับแรงงานไทยในพื้นที่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูรับที่จะช่วยผลักดันให้ ซึ่งมาถึงปัจจุบันที่เหตุการณ์ผ่านมากว่าสามสัปดาห์แล้ว ทาง สอท.ได้รับรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงความคืบหน้าในการดำเนินการเรื่องระบบเตือนภัย และการเพิ่มจำนวนห้องนิรภัย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ทางการอิสราเอลให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยของแรงงานไทยมากยิ่งขึ้น

ออท.ประสานการหารือทางโทรศัพท์ระหว่างปธน.กับแรงงานไทย

๐ความคืบหน้าเรื่องการให้ความช่วยเหลือและติดตามเงินชดเชยสำหรับแรงงานไทยที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ และท่าทีของรัฐบาลอิสราเอลต่อการเยียวยาแรงงานที่ได้รับผลกระทบ

สอท. และฝ่ายแรงงานได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของอิสราเอลอย่างต่อเนื่องเพื่อขอให้ช่วยติดตามและเร่งรัดการจ่ายเงินชดเชยและสิทธิประโยชน์ของแรงงานที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ โดยผู้แทนกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลย้ำว่า ทางการอิสราเอลจะเร่งดำเนินการเพื่อให้ครอบครัวแรงงานไทยที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บได้รับเงินชดเชยและสิทธิประโยชน์ที่พึงได้ โดยสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย จะเป็นตัวแทนในการประสานรายละเอียดและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวผู้เสียชีวิตที่ประเทศไทย คาดว่าครอบครัวของผู้ได้รับผลกระทบน่าจะได้รับเงินชดเชยในเร็ววันนี้

๐การทำงานในอิสราเอลยังถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับแรงงานไทยหรือไม่

การทำงานภาคเกษตรของอิสราเอลเป็นงานที่มีรายได้ดี คือประมาณ 50,000 บาทต่อเดือน หลายคนสามารถส่งเงินกลับให้ครอบครัวที่ประเทศไทย สามารถสร้างรายได้กลับเข้าประเทศประมาณ 625 ล้านบาทต่อเดือน นายจ้างจะทำประกันสุขภาพให้กับแรงงานทุกคน ซึ่งทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดอาการเจ็บป่วย ในช่วงการระบาดของโควิด แรงงานไทยในอิสราเอลทุกคนก็ได้รับการจัดสรรวัคซีนตามช่วงอายุพร้อมๆ กับคนอิสราเอลเอง

หัวหน้า สนง.หนังสือเดินทางให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญเสีย

อย่างไรก็ดี ขอให้คนที่สนใจมาทำงานภาคเกษตรที่อิสราเอลตระหนักว่า งานเกษตรในอิสราเอลเป็นงานที่ต้องใช้ความแข็งแรงของร่างกาย ภายใต้สภาวะการทำงานที่ค่อนข้างลำบาก และจะต้องปรับตัวกับสภาวะความเป็นอยู่ พร้อมๆ กับการเรียนรู้ภาษาเพื่อการสื่อสาร ดังนั้น ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือ ผู้ที่จะมาทำงานควรมีประสบการณ์การทำการเกษตร และมีร่างกายที่แข็งแรงพร้อมเผชิญงานหนัก เพราะมีแรงงานหลายคนที่มาทำงานได้ไม่นาน และต้องขอกลับไทยก่อนหมดสัญญาจ้างเนื่องจากร่างกายไม่ไหว

นอกจากนี้ ขอให้แรงงานไทยตั้งใจปฏิบัติงานด้วยความขยันขันแข็ง มีความซื่อสัตย์สุจริต ปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่น เว้นการดื่มสุรา การทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกาย การเสพและจำหน่ายสิ่งเสพติด การเล่นการพนัน ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ที่พึงได้ของตนอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อจะได้ไม่ถูกเอาเปรียบจากนายจ้าง ถ้าสามารถปฏิบัติตัวตามแนวทางดังกล่าวได้ ดิฉันเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จในการเดินทางมาทำงานที่อิสราเอล และสามารถเรียนรู้เรื่องการเกษตรในอิสราเอลที่มีการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้มากเพื่อนำไปปรับใช้กับการทำการเกษตรในไทยได้

ในท้ายสุดนี้ ก็ขอย้ำว่า กระทรวงการต่างประเทศพร้อมด้วย สอท. และสถานกงสุลใหญ่ทุกแห่งให้ความสำคัญกับการคุ้มครองดูแลคนไทยในต่างประเทศตามนโยบาย “การทูตเพื่อประชาชน ทุกแห่งหนเราดูแล” และในส่วนของ สอท.ตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิดแพร่ระบาด ก็ได้จัดเที่ยวบินพิเศษเหมาลำนำแรงงานไทยในอิสราเอลที่หมดสัญญาจ้าง และคนไทยที่มีความจำเป็นกลับประเทศไทยแล้ว 3,106 คน ใน 14 เที่ยวบิน

จนท.กรมการกงสุลประสานงานในการพูดคุยระหว่างปธน.อิสราเอลกับครอบครัวผู้สูญเสีย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รายงานหน้า 2 : เนื้อใน 5 ร่างแก้ไข รธน.ฉบับพรรคเพื่อไทย
บทความถัดไป‘บิ๊กเล็ก’ ยัน ‘ศบค.-สธ.-กทม.’ ไม่มีบาดหมาง แค่ต่างฝ่ายต่างชี้แจง ลั่น ขีดความสามารถสูงลิ่ว