นักวิชาการจีนได้ที ชี้ควรหาต้นตอ “โควิด-19” ในสหรัฐ หลังพบมีผู้ติดเชื้อก่อน “อู่ฮั่น”
รอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 17 มิถุนายนนี้ โดยอ้างรายงานของหนังสือพิมพ์ โกลบอล ไทมส์ ของทางการจีน ระบุว่า นักวิชาการด้านระบาดวิทยาอาวุโสของจีน เรียกร้องให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาต้นตอที่มาของโรคโควิด-19 ในสหรัฐอเมริกา แทนที่จะเป็นจีน หลังจากมีการเผยแพร่งานวิจัยของทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ พบว่ามีคนอเมริกันอย่างน้อย 7 คน ติดเชื้อโควิด-19 ก่อนหน้าที่จะมีการยืนยันการติดเชื้ออย่างเป็นทางการรายแรกที่เมืองอู่ฮั่น ในประเทศจีนหลายสัปดาห์
รายงานดังกล่าว ซึ่งเผยแพร่ออกมาเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน โดยสถาบันเพื่อสุขภาพแห่งชาติ (เอ็นไอเอช) ของสหรัฐอเมริกา ทำให้นาย เซิ่้ง กวง หัวหน้าคณะนักระบาดวิทยา ประจำศูนย์เพื่อการควบคุมและป้องกันโรคจีน (ซีซีดีซี) ให้สัมภาษณ์ โกลบอล ไทมส์ ระบุว่า ความสนใจในการค้นหาที่มาของโรคโควิด-19 ควรเปลี่ยนจากการสอบสวนในประเทศจีน เป็นสหรัฐอเมริกา โดยตั้งข้อสังเกตเอาไว้ด้วยว่า สหรัฐอเมริกาเชื่องช้า รีรอ ที่จะตรวจหาเชื้อในหมู่ประชากรของตนเองในช่วงเริ่มแรกของการแพร่ระบาด นอกเหนือจากนั้น ในสหรัฐอเมริกา ยังเป็นที่ตั้งของห้องปฏิบัติการทดลองทางชีววิทยาอยู่เป็นจำนวนมากอีกด้วย
“ควรมีการตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวเนื่้องกับข้อสมมุติฐานที่ว่า โควิด-19 คืออาวุธชีวภาพในสหรัฐอเมริกาทั้งหมด” นายเซิ่งกล่าว
ก่อนหน้านี้ นาย จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน กล่าวแสดงความคิดเห็นต่อรายงานของเอ็นไอเอช ของสหรัฐอเมริกาว่า เป็นการแสดงให้เห็นชัดเจนว่า การระบาดของโควิด-19 นั้น มี “ต้นกำเนิดหลากหลาย” และย้ำว่า ประเทศอื่นๆ ทั้งหมดควรให้ความร่วมมือกับองค์การอนามัยโลก เพื่อหาต้นตอที่แท้จริงของการระบาดใหญ่ครั้งนี้
ทั้งนี้ก่อนหน้าที่รายงานของเอ็นไอเอช จะเผยแพร่ออกมา เริ่มมีความสงสัยมากขึ้นว่า โควิด-19 อาจหลุดรอดออกมาจากห้องปฏิบัติการทดลองของสถาบันไวรัสวิทยาแห่งอู่ฮั่น (ดับเบิลยูไอวี) จนประธานาธิบดี โจ ไบเดน สั่งให้มีการสอบสวนเป็นกรณีพิเศษและกลายเป็นความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศขึ้นตามมา

