นายกฯอังกฤษเตือนปชช. ต้องเรียนรู้อยู่ร่วม”โควิด”
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม สำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เตรียมแถลงอย่างเป็นทางการถึงแผนสำหรับการผ่อนคลายมาตรการเข้มงวดในการรับมือกับโควิด-19 ในวันที่ 5 กรกฎาคม พร้อมกับเรียกร้องให้ทุกคนเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับไวรัสก่อโรคโควิด-19
เดิมทีอังกฤษเตรียมปลดล็อกทั้งหมดในเดือนมิถุนายนแต่การแพร่ระบาดใหม่ของเชื้อกลายพันธุ์เดลต้าทำให้ต้องเลื่อนออกมา และลดลงเหลือเพียงแค่การผ่อนคลายเท่านั้น ยังไม่มีการเปิดให้บริการไนท์คลับ, ไม่อนุญาตให้มีการจัดงานใหญ่ๆ ที่มีคนเข้าร่วมมากๆและไม่อนุญาตให้ผับและธุรกิจบริการอื่นๆ เปิดบริการเต็มความจุ
ทั้งนี้สำนักนายกรัฐมนตรีอังกฤษระบุว่า ตัวเลขติดเชื้อล่าสุดบ่งชี้ว่า เมื่อมีการผ่อนคลายมาตรการ จำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มมากขึ้นแน่ แต่ที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและเสียชีวิตจะลดน้อยลง เนื่องจากประชากรราว 64 เปอร์เซ็นต์ผ่านการฉีดวัคซีนแล้ว
นายกรัฐมนตรีอังกฤษระบุว่าวันนี้ถือเป็นวันฟื้นฟูเสรีภาพของทุกคนอีกครั้ง แต่เน้นเตือนด้วยว่า การระบาดจะยังไม่ยุติ และทุกคนต้องเริ่ม “เรียนรู้ที่จะอยู่กับไวรัสนี้” และ “ตัดสินใจเอง” ว่าอะไรจำเป็นเพื่อการมีชีวิตรอดของตนเอง ด้วย “สามัญสำนึก” เช่นเมื่อใดควรจะสวมหน้ากากป้องกันหรือไม่ เป็นต้น
ทั้งนี้นักวิชาการหลายคนพากันตำหนิท่าทีดังกล่าวของรัฐบาล อาทิ สตีเฟน ริชเชอร์ ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาสังคมของมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูว์ ที่ชี้ว่า ไม่ควรปล่อยให้แต่ละคนตัดสินใจเอง เพราะการตัดสินใจของคนหนึ่ง อาจส่งผลกระทบต่อผู้คนโดยรวมทั้งหมด ส่วน ซูซาน มิชี ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาและการเปลี่ยนพฤติกรรม ชี้ว่า รัฐบาลอังกฤษปล่อยให้เกิดการระบาดขึ้นในชุมชน ซึ่งไม่ต่างจากการสร้าง “โรงงานผลิตเชื้อกลายพันธุ์” ขึ้นอย่างรวดเร็วนั่นเอง

