ซีเอ็นเอ็น ตีข่าวเอกสารหลุดสธ.ไทย ทำคนกังวลประสิทธิภาพ ‘ซิโนแวค’
จากกรณีรายงานข่าวเปิดเผยเอกสารบันทึกการประชุมของคณะกรรมการ 3 ฝ่าย อันประกอบไปด้วย คณะกรรมการวิชาการ ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ 2558, คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคและคณะทำงานวิชาการด้านบริหารจัดการและศึกษาการให้บริการวัคซีน เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยวาระในประชุมคือ พิจารณาการแนวทางการให้วัคซีน mRNA อย่างไฟเซอร์ในไทย โดยมีมติปัดตกข้อเสนอการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้บุคคลากรทางการแพทย์ โดยมีหนึ่งในความเห็นของผู้ร่วมประชุมที่ระบุว่า ในขณะนี้ ถ้าเอามาฉีดกลุ่ม 3 แสดงยอมรับว่า Sinovac (วัคซีนหลักที่ไทยใช้อยู่) ไม่มีผลในการป้องกัน แล้วจะแก้ตัวยากมากขึ้น จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมากนั้น
ล่าสุดซีเอ็นเอ็น สื่อยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ได้รายงานถึงกรณีดังกล่าว โดยพาดหัวระบุว่า “บันทึกหลุดของไทยส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนซิโนแวค”

โดยเนื้อหาในรายงานข่าวระบุว่า เอกสารหลุดจากกระทรวงสาธารณสุข ส่งผลให้เกิดกระแสเรียกร้องให้มีการฉีดวัคซีน mRNA ให้กับเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ด่านหน้า หลังจากเอกสารดังกล่าวมีความเห็นของผู้เข้าร่วมประชุมระบุว่า การฉีดให้เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จะกระทบกับความมั่นใจของสังคมที่มีต่อวัคซีนซิโนแวคจากประเทศจีน
โดยเอกสารภายใน ซึ่งมีความคิดเห็นแตกต่างกันไป มีรายงานผ่านสื่อท้องถิ่นและเผยแพร่อย่างกว้างขวางผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และได้รับการยืนยันจากอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีสาธารณสุขว่าเป็นเอกสารที่ใช้เป็นการภายในจริง
คลิกอ่าน ‘อนุทิน’ ตอบคำถาม ปมเอกสารหลุด ยันไม่ใช่มติ เป็นความเห็นฝ่ายวิชาการ
ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า เอกสารดังกล่าวมีบันทึกความเห็นของเจ้าหน้าที่ซึ่งไม่ได้ระบุชื่อที่แนะนำให้ภาครัฐไม่เลือกฉีดวัคซีนไฟเซอร์-บิยอนเทค ให้กับกลุ่มเจ้าหน้าที่แพทย์ด่านหน้า เพราะการกระทำดังกล่าวจะเป็นการยอมรับว่าวัคซีนซิโนแวค ไม่มีประสิทธิภาพ
รายงานระบุต่อว่า ประเทศไทยฉีดวัคซีนซิโนแวคให้กับเจ้าหน้าที่การแพทย์ส่วนใหญ่ และผลการทดสอบประสิทธิภาพของทาการไทยก็พบว่าการฉีดซิโนแวค 2 โดสสามารถป้องกันการเสียชีวิตและอาการรุนแรงได้ 95 เปอร์เซ้นต์ และมีประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์อัลฟ่าได้ 71-91 เปอร์เซ็นต์
ซีเอ็นเอ็น รายงานด้วยว่า บริษัทซิโนแวค ไม่ตอบสนองกับการขอความเห็นเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนในทันที
ทั้งนี้เอกสารหลุดดังกล่าวส่งผลให้เกิดกระแสเรียกร้องให้นำวัคซีนไฟเซอร์ฉีดให้กับเจ้าหน้าที่แพทย์ด่านหน้าก่อน ส่งผลให้มีแฮชแท็กติดเทรนด์ทวิตเตอร์.
คลิกอ่าน แห่เรียกร้อง! รัฐนำเข้าวัคซีน mRNA ให้บุคลากรแพทย์ แฮชแท็กติดเทรนด์
อย่างไรก็ตามกรณีดังกล่าว นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระบุว่า เอกสารที่มีการเผยแพร่ดังกล่าวไม่ใช่ของจริง โดยระบุว่ายังไม่มีมติที่ประชุม
คลิกอ่าน หมอโอภาส ยันเอกสารถกวัคซีนไฟเซอร์ไม่ใช่ของจริง ยังไม่มีมติที่ประชุม

