
จับตาย 4 มือปืนรับจ้าง ลอบสังหารปธน.เฮติ
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม นายลีออน ชาร์ลส์ ผู้บัญชาการตำรวจเฮติ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเฮติ สามารถสังหารนักรบรับจ้าง ซึ่งลงมืออุกอาจบุกเข้าไปภายในบ้านพักแล้วสังหารประธานาธิบดี โฌเวเนล โมอิส แห่งเฮติ ได้ 4 ราย จับเป็นได้อีก 2 ราย ยังปะทะอย่างหนักกับกลุ่มนักรบรับจ้างมืออาชีพที่เหลือที่พยายามหลบหนีหลังก่อเหตุ
“มือปืนรับจ้าง4รายถูกสังหาร, จับเป็นได้อีก 2 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นายที่ถูกจับเป็นตัวประกันก่อนหน้านี้ถูกช่วยคืนมาได้แล้ว” ผู้บัญชาการตำรวจเฮติระบุ

เหตุการณ์ลอบสังหารอุกอาจดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 01.00 น. เช้ามืดวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น (12.00 น.ตามเวลาไทย) โดยนาย คาร์ล อองรี เดสแต็ง เจ้าพนักงานตุลาการเปิดเผยว่า ทีมล่าสังหารบุกจู่โจมเข้าไปในบ้านพักของประธานาธิบดีเฮติ โดยประกาศว่าเป็นปฏิบัติการของดีอีเอ หรือเจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐอเมริกา จับคนรับใช้กับคณะทำงานประจำบ้านมัดไว้แล้วบุกเข้าไปสังหารผู้นำเฮติถึงในห้องนอน
นายเดสแต็งระบุว่า ศพนายโมอิสอยู่ในสภาพนอนหงาย บนร่างมีรอยกระสุนถึง 12 รู มีทั้งที่เกิดจากกระสุนไรเฟิลขนาดใหญ่และกระสุนปืน 9 ม.ม. บริเวณหน้าผาก, ทรวงอก, สะโพกและหน้าท้อง เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ในขณะที่ภริยาของประธานาธิบดี ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในท้องถิ่น ก่อนส่งต่อทางอากาศไปยังศูนย์ ไรเดอร์ ทรอมา ในเมืองไมอามี รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา โดยอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว ส่วน โฌมาลี บุตรีของผู้นำเฮติ อยู่ในบ้านพักส่วนตัวด้วยขณะเกิดเหตุ แต่ซ่อนตัวอยู่ในห้องนอนจนรอดชีวิตได้ในเวลาต่อมา

ทางด้านนาย โคล้ด โจเซฟ รักษาการนายกรัฐมนตรี ประกาศ “สถานการณ์ฉุกเฉิน” ในประเทศขึ้น โดยให้ตนเองมีอำนาจเด็ดขาดภายใต้สถานการณ์ที่ “ประธานาธิบดีถูกบุกสังหารถึงบ้านพักโดยทีมสังหารต่างชาติที่ใช้ภาษาอังกฤษและสเปน มรณะกรรมครั้งนี้ต้องไม่ผ่านเลยไปโดยไม่มีการลงโทษ” นายโจเซฟระบุ
ที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) สมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งยูเอ็น (ยูเอ็นเอชซี) ลงมติเป็นเอกฉันท์ ประนามผู้รับผิดชอบต่อการสังหารอุกอาจนี้ซึ่งถูกระบุว่าเป็น “อาชญากรรมที่น่าขยะแขยงชิงชัง” และต้องถูกนำตัวมาลงโทษโดยเร็วพร้อมกับเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในเฮติอยู่ในความสงบ อดกลั้น หลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่จะก่อสภาวะไร้เสถียรภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ยูเอ็นเอชซีกำหนดจะประชุมพิจารณากรณีนี้เป็นการฉุกเฉินในเที่ยงวันเดียวกันนี้ (เที่ยงคืนตามเวลาไทย) ในขณะที่นายอันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น เรียกร้องให้ทุกคนในเฮติสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวและปฏิเสธพฤติกรรมรุนแรงทุกรูปแบบ
ทั้งนี้นายโจเซฟ ได้หารือทางโทรศัพท์กับนายแอนโธนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ได้รับแต่งตั้งให้รักษาการตำแหน่งนายกรัฐมนตรีชั่วคราว และจะพ้นจากตำแหน่งในวันที่ 12 กรกฎาคมนี้ แต่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น โดยทางสหรัฐอเมริกายืนยันว่าพร้อมให้การช่วยเหลือเพื่อให้มีการเปลี่ยนผ่านอำนาจโดยสันติสู่ประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งกำหนดจะมีขึ้นในกันยายนที่จะถึงนี้ ในขณะที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แถลงประนามการสังหาร “น่าขนลุก” ครั้งนี้ และแสดงความพร้อมในการให้การช่วยเหลือต่อเฮติในทุกๆ ทาง
