คอลัมน์ Think Tank: ‘ทรัมป์’ และ ‘เบร็กซิท’ ความล้มเหลวของโลกาภิวัตน์

12.09.16 | 18:00 น.
AFP

แองกัส ดีตัน เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ประจำปี 2015 ระบุว่า การได้เป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาของโดนัลด์ ทรัมป์ และการลงมติออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ของสหราชอาณาจักร หรือเบร็กซิท เป็นผลมาจากความล้มเหลวในการขับเคลื่อนไปสู่การผสมผสานหลอมรวมเข้าด้วยกันของโลก

นักเศรษฐศาสตร์สองสัญชาติสก็อตติช-อเมริกัน วัย 71 ปีผู้นี้ เตือนว่าทรัมป์ไม่ได้เป็น “ตัวแทนที่ดีนัก” สำหรับผู้ที่ถูกทอดทิ้งจากการเคลื่อนคล้อยของโลกไปสู่การบูรณาการทางเศรษฐกิจและการเงิน

เช่นเดียวกับเบร็กซิทที่กลุ่มผู้ลงมติออกเสียงสนับสนุนให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นก็แทบจะไม่ได้ประโยชน์อันใดเลย

ความไม่เท่าเทียมกันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ยุคทศวรรษที่ 1970 และเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นจากแรงขับเคลื่อนของโลกาภิวัตน์ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชากรบางส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศร่ำรวย

“หากเราไม่จัดการกับปัญหานี้ นั่นคือไม่ทำให้ผลประโยชน์และความมั่งคั่งรุ่งเรืองที่มากับโลกาภิวัตน์ถูกแบ่งสรรปันส่วนอย่างทั่วถึง ผมคิดว่า นั่นค่อนข้างจะเป็นอันตราย” ดีตันกล่าว

Advertisement

และนักการเมืองประชานิยมอย่างทรัมป์ในสหรัฐอเมริกา หรือการตัดสินใจที่คาดไม่ถึงของชาวอังกฤษที่ทำลายความเป็นสมาชิกภาพ 40 ปีของอียูลงอย่างย่อยยับ เป็นส่วนหนึ่งของผลจากการรับมือกับโลกาภิวัตน์อย่างไม่ดีพอ

“ทรัมป์ไม่ใช่ตัวแทนที่ดีในการแสดงออกถึงความไม่พอใจของคนกลุ่มนี้แน่ๆ” ดีตันบอก “และเบร็กซิทก็จะไม่ส่งผลดีต่อคนอังกฤษด้วย”

แต่โลกาภิวัตน์ก็ไม่ใช่สิ่งเดียวที่ควรต้องถูกตำหนิ

ผู้คนจำนวนมากในอเมริกาและในยุโรปรู้สึกว่า รัฐบาลไม่ได้ตอบสนองต่อความต้องการของพวกเขา อีกทั้งช่วงเวลาของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอยิ่งซ้ำเติมให้ปัญหาเลวร้ายยิ่งขึ้น

วิกฤตการเงินปี 2008 ที่ถือว่าร้ายแรงที่สุดนับจากเดอะ เกรท ดีเพรสชั่น หรือภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในช่วงทศวรรษที่ 1930 ยังคงเป็นความทรงจำอันขมขื่นของผู้คน

ขณะที่การรวมตัวกันของอียูเองก็กลายเป็นปัญหาจากการที่พวกเขาผลักดันนโยบายไปถึงจุดที่ประชาชนคิดว่าผลประโยชน์ของตนไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับฝ่ายบริหารอีกต่อไป