โควิดพรากครอบครัวทิ้งไว้เพียงความทรงจำ
สำนักข่าวเอพีได้เผยเรื่องราวของเด็กๆที่สูญเสียพ่อและแม่ที่เลี้ยงดูพวกเขาอย่างไม่มีวันหวนกลับเพราะโรคระบาดโควิด-19 เด็กบางคนจำพ่อแม่ที่เสียชีวิตไปแล้วไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะพวกเขายังเด็กมากตอนที่โควิด-19 ระบาด ส่วนเด็กคนอื่นๆก็พยายามรักษาความทรงจำเหล่านั้นไว้โดยการทำกิจกรรมที่เคยทำด้วยกันเมื่อครั้งที่พ่อแม่ยังมีชีวิต อย่างการทำแพนเค้ก หรือเล่นกีตาร์ หรือบางคนก็ยังยึดติดกับสิ่งที่ผู้ล่วงลับหลงเหลือไว้อย่างหมอนหรือรูปภาพ ขณะที่ก็ต้องปรับตัวไปอาศัยอยู่กับญาติอย่างคุณลุง คุณป้า หรือพี่น้องแทนเพื่อเติมเต็มความว่างเปล่านี้
ผู้คนมากกว่า 4 ล้านคนที่เสียชีวิตจากโควิด-19 ไม่ได้ทิ้งแค่พ่อแม่ เพื่อน หรือคู่สมรสไว้เพียงอย่างเดียว แต่ยังทิ้งลูกเล็กๆไว้เพียงลำพังด้วย เด็กๆที่ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าหรือเหลือพ่อหรือแม่เพียงคนเดียวซึ่งกำลังโศกเศร้ากับการจากไปของผู้อันเป็นที่รัก
ความสูญเสียนี้เกิดขึ้นในทุกที่ทั่วโลกไม่ว่าจะในหมู่บ้านเล็กๆ หรือเมืองขนาดใหญ่ ตั้งแต่รัฐอัสสัมของอินเดียไปจนถึงรัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา
แม้ว่าอัตราการฉีดวัคซีนจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ความสูญเสียหรือผลกระทบจากรุ่นสู่ร่นก็ไม่มีทีท่าจะลดลงเลยในหลายพื้นที่ทั่วโลกทีมีไวรัสกลายพันธุ์ระบาดหนัก ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิดเพิ่งทะลุหลัก 4 ล้าน พร้อมๆกับที่อินโดนีเซียมีผู้ติดเชื้อรายวันสูงถึง 47,899 คน มากที่สุดในโลก

วิคตอเรีย เอลิซาเบ็ธ โซโต ไม่รู้เรื่องผู้เสียชีวิตทะลุ 4 ล้านรายหรอก เพราะเธอเพิ่งเกิดเมื่อ 3 เดือนก่อน หลังจากที่แม่ของเธอเอลิซาเบ็ธ โซโต ได้ตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลในเมืองโลมาส เดอ ซาโมรา ในอาร์เจนตินา ในขณะนั้นเธอมีอายุครรภ์ 8 เดือนและทรมาณจากอาการป่วยของโควิด-19
โซโต วัย 38 ปี ใช้ความพยายามถึง 3 ปีกว่าจะสามารถตั้งครรภ์ได้สำเร็จและให้กำเนิดหนูน้อยวิคตอเรีย เมื่อวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา ก่อนที่โซโตจะเสียชีวิต 6 วันต่อมาเนื่องจากอาการแทรกซ้อนจากการติดเชื้อโควิด-19 แต่โชคดีที่หนูน้อยวิคตอเรียไม่ได้ติดเชื้อโควิด-19
ดิเอโก โรมัน คุณพ่อของวิคตอเรียระบุว่า เขาค่อยๆทำใจกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นได้ที่ละนิดๆ แต่ก็กลัวว่าวันหนึ่งลูกจะรู้ว่าเธอไม่มีแม่
“ผมอยากให้ลูกเรียนรู้คำว่าแม่ โดยการโชว์รูปภาพของเธอ ผมอยากให้เธอรู้ว่าแม่ของเธอเสียสละชีวิตเพื่อเธอ ความฝันของเธอคือการเป็นแม่คนและเธอก็ได้เป็นดังใจแล้ว”

ซิโมโลโก โบโนโล อายุเพียง 8 ปี สูญเสียคุณพ่อจากโควิด-19 เมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2020 และใช้เวลาทั้งปีนั้นปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่ในเมืองโซเวโต ในแอฟริกาใต้ โดยไม่มีพ่อ
สิ่งที่ยากที่สุดกลายเป็นกิจวัตรใหม่ของเธอ ปกติแล้วคุณพ่อของโบโนโล มาไนลา โมธาโปจะขับรถไปส่งเธอที่โรงเรียนทุกวัน แต่ตอนนี้เธอต้องขึ้นรถโดยสารไปแทน
“ปกติหนูทำอาหาร เล่นและอ่านหนังสือกับคุณพ่อ และสิ่งที่หนูคิดถึงมากที่สุดคือการกระโดดบนพุงของพ่อ”

ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงลอนดอน นีวา ธากรา วัย 13 ปี ตัดหญ้าและล้างรถของครอบครัวเหมือนที่พ่อของเธอเคยทำ เพื่อให้ยังระลึกถึงพ่ออยู่เสมอ เธอเดินเส้นทางเดิมและดูหนังเรื่องเดิมที่เคยดูด้วยกันก่อนที่พ่อจะเสียชีวิตในเดือนมีนาคม หลังจากที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลนานถึง 2 เดือน
“หนูพยายามทำสิ่งเดิมๆที่เราเคยทำมาก่อน แต่มันก็ไม่เหมือนเดิม”
เจษมี นาร์ซารีสูญเสียทั้งพ่อและแม่ภายในสองสัปดาห์ เมื่อเดือนพฤษภาคม ที่เมืองKokrajhar ในรัฐอัสสัมทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย
เด็กสาววัย 10 ปีต้องออกไปอยู่กับป้าและลูกพี่ลูกน้องอีก 2 คน แต่จะย้ายเข้าไปได้ก็ต่อเมื่อเธอกักตัวครบ 14 วันแล้วเท่านั้น ท่ามกลางการแพร่ระบาดในอินเดียที่มีความรุนแรงมากขึ้น โดยยอดผู้ติดเชื้อสะสมเป็นรองเพียงสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

นาร์ซารีไม่ได้ดำเนินการอะไรเกี่ยวกับการเสียชีวิตของพ่อและแม่ แต่เธอเคร่งครัดในการสวมหน้ากากอนามัยและล้างมือเป็นอย่างมากโดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหาร เธอระบุว่า เธอรู้ว่าโคโรนาไวรัสเป็นโรคที่สามารถฆ่าคนได้จริงๆ
เกอิตี โกยันเตส อายุ 6 ปี รู้ว่าไวรัสสามารถทำอะไรบ้างเหมือนกัน ไวรัสฆ่าแม่ของเธอ ซึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่เมืองซานติเอโก ประเทศชิลี และตอนนี้เธอต้องทำแพนเค้กด้วยตัวเอง
นั่นหมายความว่าตอนนี้คุณพ่อก็เป็นทั้งพ่อและแม่ของฉัน

สองพี่น้องเซวียงและแจ๊สมิน กุสมัน สูญเสียทั้งพ่อและแม่จากโควิด-19 และตอนนี้พี่สาวคนโตเป็นผู้ดูแลเด็กทั้งสองแทน ลูนิซอล กุสมัน คุณแม่ของสองพี่น้องได้รับทั้งคู่มาเลี้ยงตั้งแต่สมัยที่เป็นทารก ก่อนจะเสียชีวิตพร้อมกับสามีจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกแรกเมื่อปีก่อนในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐ
แคทเธอรีนและเจนนิเฟอร์ กุสมันรีบทำเรื่องของสิทธิในการเป็นผู้ปกครองของเด็กๆ เซวียง วัย 5 ขวบและแจ๊สมิน วัย 3 ขวบ ถูกเลี้ยงดูและเติบโตอยู่ในเมืองเบลล์วิลล์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา
“ฉันสูญเสียแม่และตอนนี้ฉันต้องทำหน้าที่แม่แทน” เจนนิเฟอร์ กุสมัน วัย 29 ปี กล่าว

ความสูญเสียของครอบครัวนาวาเลสในเมืองเกซอน ของฟิลิปปินส์ค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่อาเธอร์ นาวาเลส วัย 38 ปี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 2 เมษายน ครอบครัวก็ถูกคนในชุมชนรังเกียจ
อนาลิน บี. นาวาเลส ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นแม่ม่าย กลัวว่าเธอจะไม่มีเงินมากพอที่จะอยู่บ้านใหม่ที่วางแผนว่าจะย้ายเข้าไปได้ เนื่องจากรายได้ของเธอคนเดียวไม่เพียงพอ และยังมีอีกปัญหาคือเธอจะมีเงินพอสำหรับค่าเรียนเทควันโดของเด็กๆหรือไม่
คีอัน นาวาเลส วัย 10 ปี ซึ่งติดเชื้อโควิด-19 เหมือนกัน คิดถึงการออกไปกินก๋วยเตี๋ยวกับคุณพ่อ น้องคีอันกอดหมอนรูปหน้าคุณพ่อ ซึ่งคุณแม่ทำให้เขากับพี่สาวคนละอัน
“บ้านของเราเงียบสงัดและปกคลุมไปด้วยความเศร้า พวกเราไม่ค่อยหัวเราะเท่าไหร่ตั้งแต่คุณพ่อเสียไป” ยาเอล พี่สาววัย 12 ปีของคีอัน กล่าว


แม็กกี คาตาลาโน วัย 13 ปี ทำให้ความทรงจำเกี่ยวกับพ่อยังคงอยู่ผ่านการใช้เสียงดนตรี
ไบรอัน คาตาลาโน คุณพ่อของแม็กกีซึ่งเป็นนักดนตรี เขาได้สอนคอร์ตกีตาร์ให้แม็กกีก่อนที่จะล้มป่วย เขาให้อคูสติกกีตาร์เป็นของขวัญวันคริสต์มาสแก่เธอ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันที่เขากลับมาจากโรงพยาบาลหลังจากต้องเข้าโรงพยาบาลนานถึง 9 วัน
เขายังคงติดเชื้อและอ่อนแอ จึงต้องกักตัวอยู่ในห้องนอนแต่ก็สามารถได้ยินเสียงแม็กกีเล่นผ่านทางกำแพงที่บ้านในรีเวอร์ไซด์ เคาตี รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
“พ่อส่งข้อความมาหาหนูว่า ลูกดูสบายดีนะ ลูกรัก” แม็กกีเล่า
ครอบครัวคิดว่าเขาต้องเอาชนะโควิดได้ แต่ 4 วันต่อมา เขาเสียชีวิตเพียงลำพังขณะที่ทุกคนในบ้านออกไปข้างนอก
แม็กกีได้เปลี่ยนความสูญเสียแสนสาหัสนี้เป็นบทเพลงและร้องหนึ่งในเพลงที่เธอแต่งในงานศพของพ่อ เมื่อเดือนพฤษภาคม
“หนูหวังว่าพ่อจะเห็นหนูเล่นดนตรีในตอนนี้ หนูหวังว่าพ่อจะเห็นว่าหนูพัฒนาขึ้นมากแค่ไหนแล้วในตอนนี้”


