แรงดีไม่มีตก! ดูแตร์เตไล่ที่ปรึกษาสหรัฐพ้นฟิลิปปินส์ ชี้เป็นฝ่ายไม่ยอมพบโอบามาเอง

AFP

ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ของฟิลิปปินส์ ซึ่งตกเป็นข่าวฮือฮาไปทั่วโลกเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา หลังเรียกประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐว่าลูกโสเภณี ยังคงแสดงท่าทีเป็นปฎิปักษ์กับสหรัฐอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดดูแตร์เตออกมาประกาศเมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา ว่า เขาได้สั่งให้บรรดากองกำลังพิเศษของสหรัฐทั้งหมดที่ทำหน้าที่ที่ปรึกษาพิเศษให้กับกองทัพฟิลิปปินส์ในพื้นที่ทางตอนใต้ในการต่อสู้กับมุสลิมหัวรุนแรงเดินทางออกนอกพื้นที่ทั้งหมด

ดูแตร์เตไม่ได้ให้รายละเอียดว่าจะให้ชาวอเมริกันเดินทางออกจากพื้นที่ดังกล่าวเมื่อใดและอย่างไร แต่ระบุว่าความเป็นพันธมิตรระหว่างฟิลิปปินส์กับชาติตะวันตกคือรากของปัญหาการก่อการร้ายของชาวมุสลิมในฟิลิปปินส์ที่คงอยู่มายาวนาน

“กองกำลังพิเศษของสหรัฐต้องไปที่มินดาเนา และทำให้ชาวมุสลิมในพื้นที่เกิดความไม่สงบ เพราะหากพวกเขาเห็นคนอเมริกัน พวกเขาก็อยากจะฆ่าคนอเมริกันเหล่านั้น”ดูแตร์เตกล่าว

นายแกรี่ รอส โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐระบุว่า ได้ทราบถ้อยแถลงของดูแตร์เตแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด อย่างไรก็ดีสหรัฐจะทำงานร่วมกับฟิลิปปินส์อย่างใกล้ชิดเพื่อหาความช่วยเหลือที่เหมาะสมกับสิ่งที่รัฐบาลใหม่ของฟิลิปปินส์ต้องการ

ดูแตร์เตยังปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่าประธานาธิบดีโอบามาได้ยกเลิกกำหนดหารือทวิภาคีกับเขาหลังการให้สัมภาษณ์ที่เขาเรียกโอบามาว่าลูกโสเภณีว่า อันที่จริงเขาเป็นคนตั้งใจที่จะไม่หารือกับประธานาธิบดีสหรัฐและยกเลิกกำหนดการดังกล่าวเอง

“ไม่ว่าใครก็ไม่อาจว่ากล่าวประธานาธิบดีจากประเทศเอกราชได้ แม้แต่โอบามาก็ตาม และจะเป็นเรื่องผิดหากเขาคิดจะทำเช่นนั้น นั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมผมถึงสาปแช่งเขา” ดูแตร์เตระบุ

ด้านนายเปอร์เฟคโต ยาซาย รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ ออกมายืนยันหลังดูแตร์เตระบุว่าจะขับที่ปรึกษาทางทหารของสหรัฐออกจากฟิลิปปินส์ว่า ฟิลิปปินส์ยังคงยึดมั่นในพันธกรณีตามสนธิสัญญาที่มีกับสหรัฐ เพราะประธานาธิบดีดูแตร์เตก็ได้ย้ำตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่งว่าจะเคารพพันธกรณีและพันธสัญญาดังกล่าว ดังนั้นถ้อยแถลงของประธานาธิบดีดูแตร์เตจึงไม่ใช่ความตั้งใจและไม่ควรตีความว่าเป็นการส่งสัญญานว่าฟิลิปปินส์จะไม่เคารพพันธกรณีที่มีเหล่านั้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘Dans le Noir ในความมืด’ ดำดิ่งสู่ความลึกลับในใจ ที่ชวนสงสัยและคิดตาม
บทความถัดไปกรมชลฯเดินหน้าอ่างเก็บน้ำ’ห้วยน้ำศอก’เป็นแหล่งน้ำต้นทุนแห่งแรกในลุ่มน้ำหมัน