ราคาน้ำมันดิบร่วงสุดรอบ 12 ปี ต่ำกว่า 30 ดอลลาร์ ก่อนดีดตัวกลับได้เล็กน้อย

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ราคาน้ำมันในเอเชียดีดตัวกลับขึ้นมาเมื่อวันที่ 13 มกราคม หลังจากหนึ่งวันก่อนหน้านี้ร่วงลงสู่ระดับต่ำกว่า 30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี ทว่านักวิเคราะห์เตือนว่า ยังคงมีแรงกดดันขาลงอยู่อีก โดยนักลงทุนเฝ้าจับตาการเปิดเผยข้อมูลสต๊อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่จะตามออกมาในช่วงค่ำวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสซึ่งเป็นราคาน้ำมันอ้างอิงของสหรัฐสัญญาส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 26 เซ็นต์ หรือ 0.85 เปอร์เซ็นต์ มาอยู่ที่ 30.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ตามเวลาไทย ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะเลเหนือที่เป็นราคาอ้างอิงของยุโรปและพื้นที่ส่วนใหญ่ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 10 เซ็นต์ หรือ 0.32 เปอร์เซ็นต์ มาอยู่ที่ 30.96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสร่วงลงมาอยู่ที่ 29.93 ดอลลาร์ ในช่วงหนึ่งระหว่างภาคการซื้อขาย ซึ่งเป็นระดับราคาที่เห็นครั้งล่าสุดเมื่อเดือนธันวาคมปี 2546 ก่อนจะดีดตัวกลับขึ้นมาปิดที่ 30.44 ดอลลาร์ ลดลงจากราคาปิดตลาดเมื่อวันก่อนหน้า 97 เซ็นต์ จากรายงานของภาคเอกชนที่ชี้ว่าสต๊อกน้ำมันคงเหลือจะลดลง

ราคาน้ำมันที่ร่วงลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนักวิเคราะห์บางส่วนถึงกับคาดการณ์ว่าจะลดลงถึงระดับ 20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในอนาคตอันใกล้ สร้างความอลหม่านในประเทศผู้ส่งออกหลายแห่ง ที่รายได้ลดลงอย่างมากจากสภาพตลาดที่ล่มสลาย

นายเอ็มมานูเอล ไอบ์ คาชิกวู รัฐมนตรีน้ำมันไนจีเรีย เรียกร้องให้มีการประชุมฉุกเฉินขององค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) อย่างเร็วที่สุดในต้นเดือนมีนาคมนี้เลย เพื่อหารือกันถึงปัญหาราคาน้ำมันดิ่งลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ชาติอาหรับอย่างซาอุดีอาระเบียกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ตั้งใจที่จะรักษาระดับราคาน้ำมันให้ถูกลงเพื่อขจัดคู่แข่งในตลาด โดยเฉพาะผู้ผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดานในสหรัฐอเมริกา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon