เอเอฟพี รายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 20 กรกฎาคมมีผลการศึกษาจากรัฐบาลอินเดีย ระบุว่า ประชากรอินเดียมากกว่า 2 ใน 3 อาจติดเชื้อไวรัสโคโรนา และมีภูมิคุ้มกันเชื้อไวรัสโควิด -19
รายงานข่าว อ้างจากผลสำรวจเซรัมในเลือดของประชากรอินเดีย 29,000 คนระหว่างเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม พบว่า 67.6 % ในตัวอย่างที่นำไปตรวจสอบ มีแอนติบอดี หรือ ภูมิคุ้มกันเกิดขึ้น
ผลการศึกษาดังกล่าว จัดทำโดยสภาวิจัยการแพทย์แห่งอินเดีย หรือ ไอซีเอ็มอาร์ (ICMR) ที่แสดงถึงผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในอินเดียระหว่างเดือนเมษายน -เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ที่มีผู้ติดเชื้อโควิดวันละ 400,000 ราย และเสียชีวิตวันละ 4,000 ราย
ทั้งนี้ระหว่างเดือนธันวาคม -มกราคม พบว่ามีประชากรอินเดียไม่ถึง 25 % ที่ตรวจพบภูมิคุ้มกัน ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาชนิดอื่นๆ ไม่ใช่เพียงเชื้อไวรัสโคโรนา ที่ก่อให้เกิดโควิด-19
นายบาลราม ภัควา หัวหน้าสภาวิจัยการแพทย์แห่งอินเดีย กล่าวถึงผลการศึกษานี้ว่า แสดงให้เห็นว่ายังมี “แสงแห่งความหวัง” แต่ก็เตือนว่า ” แต่ก็ยังไม่มีที่ว่างสำหรับความพึงพอใจ เรายังจะต้องปฎิบัติตัวอย่างเหมาะสมในการป้องกันการระบาดของโควิด-19 ”
ข่าวระบุว่า สำหรับประชากรอินเดียอีกหลายร้อยล้านคนที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน มีความอ่อนไหวต่อการติดเชื้อโควิด ที่มีอาการรุนแรงมากขึ้น และว่าขณะนี้มีประชากรอินเดีย 13 % ของประชากรวัยผู้ใหญ่ในการศึกษาครั้งนี้ ที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบ 2 โดส
อินเดียมีประชากรราว 1.3 พันล้านคน และมีประชากรที่มีสิทธิได้รับการฉีดวัคซีนโควิด -19 ได้รับการฉีดวัคซีนไปเพียง 8 % ทำให้เกิดความวิตกว่า อาจเกิดการติดเชื้อโควิดมากขึ้น หากมีการผ่อนปรนการควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
จากตัวเลขอย่างเป็นทางการ อินเดียมียอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 จำนวน 418,480 ราย สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจาก สหรัฐอเมริกา ที่มีจำนวนผู้เสียชีวิต 609,000 ราย และ บราซิล 544,000 ราย
แต่จากรายงานของกลุ่มสำรวจของสหรัฐอเมริกา ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารเช่นกัน คาดการณ์ว่ายอดผู้เสียชีวิตที่แท้จริงอาจเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า โดยอ้างจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมเมื่อเทียบกับตัวเลขก่อนเกิดวิกฤตการระบาดของโควิด-19

