โลกร้อน ภัยร้ายใกล้ตัวกว่าที่คิด

โลกร้อน ภัยร้ายใกล้ตัวกว่าที่คิด

ภาพเหตุการณ์ภัยพิบัติร้ายแรงเหล่านี้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลกในช่วงระยะเวลาเพียง 1 เดือนเท่านั้น ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือ Climate change ที่ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น จนเป็นเหตุให้เกิดทั้งคลื่นความร้อนและไฟป่าในพื้นที่ยุโรปและอเมริกาเหนือ และฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในยุโรปตะวันตกและจีน

เว็บไซต์npr.orgระบุถึงความเชื่อมโยงระหว่างสถานการณ์ที่มีความร้อนสูงกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศว่า “โลกร้อนขึ้นราวๆ 2 องศาฟาเรนไฮต์แล้ว ตัวเลขนี้ฟังดูน้อย แต่ก็เพียงพอแล้วที่จะเปลี่ยนสถิติของเหตุการณ์ที่มีความร้อนสูงได้อย่างมาก” ดร. แรดลีย์ ฮอร์ตัน นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียกล่าว และว่า”เหตุการณ์อันตรายที่เกิดจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นและความชื้นที่สูงเหล่านี้อาจเกิดขึ้นบ่อยขึ้นเป็นสองเท่าของที่เคยเป็นมาในอดีต”

สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อการเกิดไฟป่าอย่างชัดเจน โดยขณะนี้ราว 95% ของพื้นที่ทางตะวันตกของสหรัฐอยู่ในภาวะแห้งแล้ง และมีวัฏจักรที่ชัดเจนที่ซึ่งความร้อนทำดินและพืชพรรณแห้งไปหมด ดังนั้นเมื่อเกิดไฟป่าขึ้น ไฟป่าก็ไหม้แรงขึ้นและสามารถสร้างระบบสภาพอากาศของตัวเองขึ้นได้ คือมีเมฆไพโรคิวมูลัสขนาดมหึมาซึ่งสามารถสร้างสายฟ้าฟาดได้ นั่นหมายความว่ามันทำให้เกิดไฟไหม้มากขึ้นไปอีก

นอกจากนี้ภาวะโลกร้อนก็ส่งผลต่อน้ำท่วมฉับพลันด้วย แม้ว่าน้ำท่วมจะเกิดขึ้นทั่วโลก แต่ต้นเหตุก็เหมือนกัน นั่นคือการเกิดฝนตกหนัก และสิ่งนี้กลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้นเมื่อโลกร้อนขึ้น เพราะอากาศร้อนรวมกับน้ำร้อนก็คือความชื้นในอากาศที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ขณะที่โลกร้อนขึ้น แบบจำลองสภาพภูมิอากาศบางชิ้นก็แสดงให้เห็นถึงลมในบรรยากาศชั้นบนที่ชะลอตัวในบางพื้นที่ ซึ่งหมายความว่าสภาพอากาศที่รุนแรงสุดขั้วจะคงอยู่ที่นั่นนานขึ้น โดยนักวิทยาศาสตร์กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อคาดการณ์ว่าภัยพิบัติเหล่านี้จะเกิดขึ้นบ่อยเพียงใดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ไฟป่าไหม้บ้านหลายหลังในย่านอินเดียฟอลล์ พลัมส์เคาท์ตี รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ไฟป่าดิกซีได้ไหม้ลุกลามไปทั่วกว่า 748 ตารางกิโลเมตรและยังคงเผาไหม้อย่างต่อเนื่อง  (Photo by JOSH EDELSON / AFP)
ไฟป่าที่เมืองบราวาส์ ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม REUTERS/Lorena Sopena
ควันจากไฟป่า มองเห็นได้จากจุดชมวิวทางหลวงหมายเลข 3 ใกล้เมือง Osoyoos รัฐบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ภาพนี้ได้มาจากโซเชียลมีเดีย. TWITTER @DylanGaleas via REUTERS
ควันจากไฟป่าในเขตแปซิฟิกนอร์ธเวสต์เปลี่ยนสายฟ้าที่เกิดจากพายุฝนฟ้าคะนองขนาดเล็กเป็นสีส้ม บริเวณนอกเมืองบอยซี รัฐไอดาโฮ สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม REUTERS/Brian Losness
เครื่องบินดับเพลิงกำลังมุ่งหน้าไปจัดการกับไฟป่าใกล้หมู่บ้านโรโดโปลี ทางตอนเหนือของกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม REUTERS/Costas Baltas
ควันดำลอยอยู่เหนืออาคารของโรงแรมต่างๆในระหว่างเกิดไฟป่าขนาดใหญ่ซึ่งปกคลุมบริเวณรีสอร์ทบนชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนใกล้เมืองมานาฟกัต ทางใต้ของตุรกี เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ล่าสุดมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 คนและมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 100 คน ขณะที่นักดับเพลิงจัดการกับไฟที่ลุกท่วมบริเวณรีสอร์ทดังกล่าว เจ้าหน้าที่ยังได้เริ่มการสอบสวนว่าไฟที่ปะทุขึ้นในวันที่ 28 กรกฎาคมใน 4 สถานที่บริเวณตะวันออกของอันตัลยาเป็นผลมาจากการลอบวางเพลิงหรือไม่ (Photo by Ilyas AKENGIN / AFP)
ชายคนหนึ่งวิ่งไปหาที่กำบัง ขณะที่นักดับเพลิงชาวเลบานอนกำลังดับไฟในป่าของพื้นที่ Qubayyat ในเขตอักการ์อันห่างไกล ทางเหนือของเลบานอน เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม นอกจากนี้มีวัยรุ่นเลบานอนคนหนึ่งเสียชีวิตเนื่องจากเป็นอาสาสมัครต่อสู้กับไฟป่าเผาทำลายพื้นที่ทางเหนือของเลบานอน (Photo by JOSEPH EID / AFP)
พายุฝุ่นเคลื่อนตัวผ่านชานเมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ภาพนี้ได้มาจากวิดีโอบนโซเชียลมีเดีย INSTAGRAM @JOEGRANA via REUTERS
นักท่องเที่ยวเดินผ่านไอน้ำที่พ่นออกมาคลายความร้อน เนื่องจากมีคลื่นความร้อนพาดผ่านบริเวณกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ทางกรมอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติกรีซ (EMY) เตือนว่าอุณหภูมิจะสูงถึง 44 องศาเซลเซียสในพื้นที่ฝั่งแผ่นดินใหญ่ของกรีซในอีกไม่กี่วันข้างหน้า (Photo by LOUISA GOULIAMAKI / AFP)
ภาพนี้ถ่ายที่ Pepinster ใกล้กับเมือง Liege เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม เผยให้เห็นอาคารที่ถูกทำลายหลังจากเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมทั่วพื้นที่ของฝรั่งเศส เบลเยียม เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์ ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตและเหยื่อที่เกิดจากเหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในยุโรปตะวันตก ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 150 คนและสูญหายอีกหลายสิบคน (Photo by JOHN THYS / AFP)
ทหารกำลังลอยอยู่บนเรือในแม่น้ำ Ahr ขณะที่หลังคาบ้านที่เสียหายร่วงอยู่บนน้ำในเมือง Rech รัฐไรน์แลนด์-พาลาทิเนต ทางตะวันตกของเยอรมนี เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม หลังจากเกิดน้ำท่วมรุนแรง (Photo by CHRISTOF STACHE / AFP)
ประชาชนยืนข้างพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมหลังฝนตกหนักในเขตลาห์ของเยเมน เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม (Photo by Saleh OBAIDI / AFP)
แท็กซี่ลอนดอนขับผ่านน้ำที่ขังอยู่บนถนนในเขต The Nine Elms ในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ขณะเกิดฝนตกหนัก รถโดยสารและรถยนต์ติดค้างเมื่อถนนทั่วลอนดอนถูกน้ำท่วมในวันอาทิตย์ เนื่องจากมีพายุฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นหลายครั้งในเมืองหลวงของอังกฤษ (Photo by JUSTIN TALLIS / AFP)
จัตุรัสที่ถูกน้ำท่วมหลังจากที่เกิดฝนตกหนักจากพายุมรสุม ที่เขตซังลี รัฐมหาราษฏระ ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม  ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากดินถล่มที่เกิดจากมรสุมและน้ำท่วมเพิ่มขึ้นเป็น 198 ราย (Photo by Uday Deolekar and UDAY DEOLEKAR / AFP)
รถยนต์หลายคันที่ติดอยู่บนถนนที่เต็มไปด้วยโคลนหลังจากฝนตกหนักจนน้ำล้นตลิ่งแม่น้ำ El Seco ในเมือง Zapopan รัฐฮาลิสโก ประเทศเม็กซิโก เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม (Photo by ULISES RUIZ / AFP)
พื้นที่น้ำท่วมใน Weihui เมือง Xinxiang ในมณฑลเหอหนานตอนกลางของจีน เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม (Photo by STR / AFP) / China OUT
ชาวบ้านรวมตัวกันดูรถที่พังเสียหายซึ่งจมอยู่ในน้ำ หลังจากเกิดฝนตกหนักในกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม (Photo by Aamir QURESHI / AFP)
ผู้หญิงคนหนึ่งเดินไปตามถนนที่ถูกน้ำท่วมขณะที่พายุโซนร้อนเอลซาพัดผ่านเมืองโฮโบเกน รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม REUTERS/Eduardo Munoz

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ราเมศ’ ขึ้น สน.บางซื่อ แจ้งความเอาผิด ‘กลุ่มทะลุฟ้า’ บุก ปชป. ลั่นเอาให้ถึงที่สุด
บทความถัดไปทีมโฆษกรบ. แจง ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ลุยต่อ หลังเพิ่มมาตรการเข้ม 3 ส.ค.นี้ ชี้ คนในประเทศเข้าไม่ได้