หน้าแรก ต่างประเทศ ตำหนิต่อหน้า!...

ตำหนิต่อหน้า! จีนกล่าวหามะกัน สร้าง “ศัตรูในจินตนาการ”

27.07.21 | 10:02 น.
REUTERS

ตำหนิต่อหน้า! จีนกล่าวหามะกัน สร้าง “ศัตรูในจินตนาการ”

นายเซี่ย เฟิง รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศจีน กล่าวหาสหรัฐอเมริกาว่าได้กระตุ้นความรู้สึกภายใต้ผลประโยชน์ของตนด้วยการทำให้จีนกลายเป็นศัตรูในจินตนาการ สหรัฐได้ระดมความพยายามทั้งจากภาครัฐและภาคสังคมเพื่อเล่นงานจีน

“ราวกับว่าเมื่อการพัฒนาของจีนถูกระงับยับยั้ง ปัญหาภายในและภายนอกของสหรัฐจะได้รับการแยกสลายออกไป และสหรัฐจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ขณะที่ความเป็นเจ้าโลกที่มีอำนาจและอิทธิพลเหนือผู้อื่นจะดำรงอยู่ต่อไป”นายเซี่ย เฟิง กล่าว

นายเซี่ย เฟิง กล่าวเรื่องดังกล่าวระหว่างการหารือกับเวนดี้ เชอร์แมน รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เดินทางเยือนจีน ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายสหรัฐระบุว่า เชอร์แมนได้แสดงความวิตกกังวลของสหรัฐต่อการกระทำของจีนในหลายประเด็น ตั้งแต่ฮ่องกง ซินเจียง ทิเบต และการโจมตีทางไซเบอร์

ท่ามกลางสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 มหาอำนาจโลกที่ไม่ราบรื่นนัก เชอร์แมนได้พบกับนายเซี่ย เฟิง ที่เมืองเทียนจิน ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของจีน เพื่อหารือกันในรูปแบบที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่า เป็นไปอย่างเปิดกว้างและตรงไปตรงมา โดยใช้เวลาในการพูดคุยนานราว 4 ชั่วโมง

เชอร์แมนยังได้เข้าเยี่ยมคาราวะนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศจีน ซึ่งได้มีการหยิบยกข้อห่วงกังวลของสหรัฐขึ้นมาพูดคุย รวมถึงกรณีที่สหรัฐเหนว่าจีนไม่ตั้งใจที่จะให้ความร่วมมือกับองค์การอนามัยโลก ในการสอบสวนรอบ 2 เกี่ยวกับต้นกำเนิดของโควิด-19

Advertisement

เจ้าหน้าที่ฝ่ายสหรัฐระบุว่า ไม่มีความตกลงใดๆ ที่ชัดเจนจากการหารือครั้งนี้ รวมถึงไม่ได้มีการหยิบยกประเด็นเกี่ยวกับโอกาสของการพบปะกันระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ ขึ้นมาพูดคุยด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่อาวุโสฝ่ายสหรัฐย้ำว่า เป็นเรื่องสำคัญที่สหรัฐและจีนจะต้องหารือกันในประเด็นที่ทั้ง 2 ฝ่ายมีความเห็นที่แตกต่าง เพื่อที่เราจะได้เข้าใจถึงจุดยืนของอีกฝ่ายหนึ่ง

ด้านเจน ซากี โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า ไม่มีการหยิบยกถึงประเด็นการพบปะกันของผู้นำ 2 ประเทศขึ้นมา แต่คาดว่าจะมีโอกาสในการมีปฏิสัมพันธ์กันเพียงแต่ไม่ได้มีการพูดคุยในครั้งนี้ เพราะไม่ใช่เป้าหมายของการพบกันดังกล่าว อย่างไรก็ดีประธานาธิบดีไบเดนยังคงเชื่อมั่นในการพบปะกันทางการทูตแบบตัวต่อตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ท่านสนับสนุนเสมอมา