พื้นที่รกร้างทางธรรมชาติหรือพื้นที่ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เป็นรากฐานสำคัญของระบบนิเวศวิทยาที่จะมีผลต่อความสมดุลของโลกเรา หากความสมดุลเหล่านี้ถูกทำลายไป ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมาย่อมมีมากมายใหญ่หลวง ที่เราได้เห็นได้สัมผัสกันแล้วชัดเจนที่สุดคือ การแปรปรวนของสภาพอากาศ
มีกรณีศึกษาของทีมนักวิจัยที่พบว่าโลกของเราในปัจจุบันได้สูญเสียพื้นที่ธรรมชาติดังกล่าวนับจากทศวรรษ 1990 เป็นต้นมาไปแล้วมากถึง 1 ใน 10 ซึ่งถือเป็นสัญญาณอันตราย
กรณีศึกษานี้ถูกตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร “เคอร์เรนท์ ไบโอโลจี” เขียนโดยเจมส์ วัตสัน นักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ได้ให้คำจำกัดความของ “พื้นที่รกร้างว่างเปล่า” หรือพื้นที่ธรรมชาติไว้ว่า เป็นพื้นที่ที่ระบบนิเวศและชีววิทยายังคงมีความสมบูรณ์ ปลอดจากการถูกมนุษย์เข้าไปรุกรานทำลาย ในการศึกษา คณะนักวิจัยได้ร่างแผนที่ของพื้นที่ธรรมชาติในปัจจุบัน เปรียบเทียบกับแผนที่ฉบับที่ใช้ในวิธีการศึกษาเดียวกันในช่วงต้นทศวรรษ 1990 พบว่า ปัจจุบันมีพื้นที่ที่เป็นที่รกร้างว่างเปล่าหรือพื้นที่ธรรมชาติบนโลกเหลืออยู่ราว 20% คิดเป็นเนื้อที่ได้ประมาณ 30.1 ล้านตารางกิโลเมตร (ตร.กม.) ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศออสเตรเลีย ภูมิภาคอเมริกาเหนือ เอเชียเหนือ และแอฟริกาเหนือ
เมื่อนำไปเทียบกับแผนที่ฉบับเก่ายังพบว่า พื้นที่ธรรมชาติปลอดจากมือมนุษย์คุกคาม ได้สูญหายไปจากช่วงทศวรรษ 1990 แล้วมากถึง 10% คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 3.4 ล้าน ตร.กม. เทียบขนาดพื้นที่ได้เท่ากับดินแดนอลาสกา หรือประมาณครึ่งหนึ่งของป่าอเมซอน
ส่วนพื้นที่รกร้างที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ ในแถบอเมริกาใต้ ที่จำนวนพื้นที่ธรรมชาติลดลงไปมากถึง 30% และในทวีปแอฟริกาที่สูญเสียพื้นที่ไปราว 14%
อย่างไรก็ดี กรณีศึกษาชิ้นนี้ไม่ได้ค้นคว้าลึกลงไปถึงเหตุผลที่ทำให้โลกเราสูญเสียพื้นที่รกร้างทางธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศวิทยา แต่วัตสันชี้ว่าการขยายตัวเพิ่มขึ้นของประชากรโลกมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง โดยมีแรงผลักสำคัญที่ทำให้พื้นที่อันอุดมสมบูรณ์เหล่านั้นถูกทำลายสูญหายไปมาจากการบุกรุกเพื่อทำเกษตรกรรม การทำป่าไม้และการทำเหมืองแร่
ในรายงานการศึกษานี้ยังเรียกร้องให้โลกเราตระหนักว่าตอนนี้มีแค่เพียง “ความห่างไกล” ที่ดูเหมือนเป็นเครื่องปกป้องพื้นที่รกร้างทางธรรมชาติอันสมบูรณ์ให้พ้นจากการถูกทำร้ายด้วยน้ำมือมนุษย์ได้ แต่เมื่อวันใดมนุษย์หาทางเข้าไปถึง พื้นที่ล้ำค่าเหล่านี้ก็จะถูกทำลายให้หมดสิ้นไป
สิ่งที่เราจะทำได้คือลงมือทำอย่างจริงจังและให้เป็นรูปธรรมในตอนนี้ ในการพิทักษ์รักษาผืนดินผืนป่าเหล่านี้ให้คงอยู่ต่อไปเพื่อสมดุลของโลก ไม่เช่นนั้นมนุษย์เราเองนี่แหละที่จะได้รับผลจากการกระทำของมนุษย์เราด้วยกันเอง

