สกายนิวส์รายงานว่า กลุ่มสหภาพแรงงานเรียกร้องให้นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีหญิงอังกฤษ เลิกใส่รองเท้าส้นสูงและหันมาสวมรองเท้าส้นเตี้ยแทน เพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่ผู้หญิงในการรณรงค์ต่อต้านการบังคับให้ผู้หญิงต้องใส่รองเท้าส้นสูงมาทำงาน
เสียงเรียกร้องดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างการประชุมสภาสหภาพแรงงาน(ทียูซี) ที่เมืองไบรห์ตัน ประเทศอังกฤษ ที่ผู้แทนเข้าร่วมการประชุมสนับสนุนให้ออกกฎหมายใหม่ที่บัญญัติห้ามบังคับพนักงานหญิงต้องใส่รองเท้าส้นสูงมาทำงาน โดยการรณรงค์สนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าวถูกจุดชนวนขึ้นหลังเกิดกรณีของ นิโคลา ธอร์ป พนักงานชั่วคราวตำแหน่งรีเซ็ปชั่น อายุ 27 ปี ถูกไล่ให้กลับบ้านโดยนายจ้างไม่จ่ายเงินให้ เหตุเพราะเธอใส่รองเท้าส้นเตี้ยมาทำงาน จากนั้นได้มีการเข้าชื่อร้องเรียนจำนวน 145,000 รายชื่อ ยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลไต่สวนกรณีที่เกิดขึ้นและเปิดอภิปรายให้มีการรณรงค์ห้ามบังคับผู้หญิงใส่รองเท้าส้นสูงไปทำงานขึ้นในรัฐสภาอังกฤษ
ก่อนหน้านั้นปี 2552 ทียูซีผ่านญัตติที่ระบุว่าผู้ที่ถูกบังคับให้ใส่รองเท้าส้นสูงเป็นพวก “กีดกันทางเพศ” ในอีก 7 ปีต่อมา ทียูซีระบุว่าจะทำการรณรงค์ให้ความรู้แก่นายจ้างและลูกจ้างถึงอันตรายของการสวมใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสมในการทำงานและเดินหน้ากดดันให้มีการแก้ไขกฎหมาย
ขณะที่ในการอภิปรายในสภาทียูซีครั้งนี้ แคที คอลลินส์ จากสมาคมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมือและเท้า กล่าวว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของวัยผู้ใหญ่ที่มีปัญหาเรื่องเท้า ส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากการทำงาน และกฎระเบียบในการแต่งกายที่นายจ้างบังคับใช้ ซึ่งรวมถึงให้ใส่รองเท้าส้นสูงนั้นพบว่ามีผลต่อสุขภาพในระยะยาว
ด้านเพนนี โรบินสัน จากสหภาพแรงงานจีเอ็มบี กล่าวโจมตีนางเทเรซา เมย์ว่าเมื่อมาเป็นหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยมและนายกรัฐมนตรีของประเทศแล้ว ตนคาดหวังว่าจะได้อ่านบทวิเคราะห์ถึงนโยบาย ภารกิจสำคัญและแนวทางการนำประเทศสู่เบร็กซิทของนางเมย์ ทว่ากลับเห็นบนหน้าหนังสือพิมพ์ส่วนใหญ่จับจ้องอยู่แต่กับความรักความชื่นชอบในคอลเลคชั่นรองเท้าของนายกรัฐมนตรีหญิงอังกฤษ
โรบินสันกล่าวอีกว่า นางเมย์เป็นนายกรัฐมนตรีที่มีชื่อเสียงลือเลื่องเรื่องการใส่รองเท้าลายเสือ รองเท้าหนังและรองเท้าจิมมี ชูส์ แต่ถ้าหากเธอต้องการทำให้เรื่องของผู้หญิงมีการพัฒนาก้าวหน้าขึ้นในสถานที่ทำงาน สิ่งที่นางเมย์จะทำได้คือให้ใส่รองเท้าส้นเตี้ยหรือรองเท้าที่ใส่สบายในการไปพบปะคณะรัฐมนตรีและผู้นำชาติสหภาพยุโรปเพื่อเป็นแบบอย่าง และให้สื่อมวลชนได้เห็นว่าตนเองป็นผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศได้โดยไม่จำเป็นต้องใส่รองเท้าของดีไซเนอร์ชื่อดัง

