
ปธน.อิหร่านคนใหม่ลั่น ปลดแอกการคว่ำบาตรที่กดขี่ของสหรัฐ
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายอิบราฮิม ไรซี ประธานาธิบดีอิหร่านคนใหม่ ที่เป็นสายเคร่งในหลักการ ประกาศจะทำให้มีการยกเลิกการคว่ำบาตรที่กดขี่ต่ออิหร่านของสหรัฐอเมริกา พร้อมให้คำมั่นว่าจะปรับปรุงคุณภาพชีวิตของชาวอิหร่านให้ดีขึ้น หลังจากที่ย่ำแย่ลงนับจากอิหร่านถูกสหรัฐคว่ำบาตรอีกในปี 2018 เหตุจากการละทิ้งข้อตกลงนิวเคลียร์ของอิหร่าน
คำประกาศข้างต้นมีขึ้นหลังจากนายไรซี ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ในฐานะประธานาธิบดีอิหร่านคนใหม่ ในพิธีที่จัดขึ้นที่สำนักงานของผู้นำสูงสุดอิหร่านในกรุงเตหะราน ก่อนหน้าที่นายไรซีจะสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดี(5 ก.ค.)นี้

โดยมีขึ้นหลังจากนายไรซี ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แทนที่ประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี ผู้นำสายปฏิบัตินิยมที่พ้นจากตำแหน่งไป
ทั้งนี้อิหร่านและ 6 ชาติมหาอำนาจ ได้กลับมาเจรจากันเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาเพื่อฟื้นข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านกลับคืนมา โดยเจ้าหน้าที่อิหร่านและชาติตะวันตกชี้ว่ายังมีช่องว่างความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างกันอยู่ ขณะที่การเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐรอบที่ 6 ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา ยังถูกเลื่อนออกไปและยังไม่มีการประกาศว่าจะมีการเจรจากันอีกเมื่อใด
สำหรับนายไรซี ในวัย 60 ปี ยังเป็นบุคคลที่ถูกทางการสหรัฐคว่ำบาตรอยู่ด้วย ซึ่งเกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่เขาได้รับการแต่งตั้งจากอยาตอลเลาะห์คาเมเนอี ให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาในปี 2019
โดยไรซีถูกสหรัฐกล่าวว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการมีบทบาทในการประหารชีวิตนักโทษทางการเมืองหลายพันคนในช่วงปี 1988 แต่อิหร่านไม่เคยยอมรับว่ามีการสังหารนักโทษเกิดขึ้น
อย่างไรก็ดีหลังการได้รับการรับรองจากอยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ในฐานะประธานาธิบดีคนใหม่ นายไรซีได้ออกมากล่าวเป็นครั้งแรกว่าการคว่ำบาตรเขาของสหรัฐมีขึ้นจากการที่เขาเพียงทำหน้าที่ของตนเองในฐานะผู้พิพากษา
