หน้าแรก ต่างประเทศ โควิดซ้ำความเ...

โควิดซ้ำความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

6.08.21 | 20:00 น.

โควิดซ้ำความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

นายเสธีชาสอนการสะกดคำว่าแอปเปิลหน้าสมาร์ทโฟน ขณะที่ทำการสอนทางไกลจากบ้านต้นไม้ จุดเดียวที่มีสัญญาณโทรศัพท์ ในสวนหลังบ้านของเขา ทางใต้ของประเทศอินเดีย

ภาพเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2021 คุณครูเสธีชา ขณะกำลังสอนทางไกล อยู่ที่บ้านต้นไม้ในเขตโคดากู ห่างจากเมืองเบงกาลอร์ 250 กิโลเมตร (Photo by Manjunath Kiran / AFP)

อีกด้านหนึ่งในเขตโคดากู รัฐกรณาฏกะ เด็กหญิงชเรชมา วัย 8 ปีกำลังฟังเสียงที่อยู่ในโน๊ตของWhatsAppด้วยโทรศัพท์ของแม่อยู่ตรงระเบียง พร้อมทั้งพูดตามประโยคต่างๆที่ได้ยิน เช่น นี่คือแมว

แต่ในประเทศที่โรงเรียนต้องปิดนานกว่า 1 ปี และเป็นหนึ่งในประเทศที่ล็อกดาวน์นานที่สุดในโลก เธอและเพื่อนร่วมชั้นของเธอยังถือว่าโชคดี โดยจากข้อมูลของยูนิเซฟ มีเด็กเพียง 1 ใน 4 ของเด็กอินเดียทั้งหมดที่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์ดิจิทัลและอินเตอร์เน็ตได้

ภาพเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2021 เด็กๆจากย่านที่ยากจนเข้าเรียนของโรงเรียนกลางแจ้งVidyachaya ที่จัดตั้งโดยองค์กรไม่แสวงหากำไร ยูนีคฟาวเดชัน ที่หมู่บ้านPorajhar ชานเมืองSiliguri (Photo by Diptendu DUTTA / AFP)

หลายครอบครัวต้องขายทรัพย์สินหรือกู้เงินมาซื้อสมาร์ทโฟนให้กับลูกๆของพวกเขาเพื่อให้ได้มีโอกาสเรียนต่อไป ในพื้นที่ชนบทบางแห่ง เด็กๆต้องเดินเท้าหลายไมล์ขึ้นเขาผ่านป่าที่เต็มไปด้วยงูเพื่อพยายามเชื่อมต่อสัญญาณกับคุณครู

นายฌอง แดรซ นักเศรษฐศาสตร์ด้านสวัสดิการ ระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวจะทำให้ความไม่เท่าเทียมกันอย่างมากในการเข้าถึงการศึกษาเลวร้ายลงไปอีก ซึ่งส่งผลต่อเนื่องไปถึงการแบ่งแยกทางชนชั้น วรรณะ และเพศของอินเดีย

Advertisement
ภาพเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2021 เด็กๆจากย่านที่ยากจนเข้าเรียนของโรงเรียนกลางแจ้งVidyachaya ที่จัดตั้งโดยองค์กรไม่แสวงหากำไร ยูนีคฟาวเดชัน ที่หมู่บ้านPorajhar ชานเมืองSiliguri (Photo by Diptendu DUTTA / AFP)

“โดยทั่วไปแล้ว เด็กที่มีฐานะสามารถเรียนรู้ต่อไปผ่านการศึกษาออนไลน์ได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับเด็กๆ ที่ยากจน การศึกษาออนไลน์เป็นเพียงเรื่องเพ้อฝัน และส่วนใหญ่ในหลายรัฐ ไม่มีการจัดเตรียมอะไรเพิ่มเติมสำหรับเด็กกลุ่มนี้” นายแดรซกล่าว

จากการรายงานของยูนิเซฟพบว่า แม้กระทั่งก่อนการระบาดของโควิด-19 เด็กหญิงและเด็กชายชาวอินเดียมากกว่า 6 ล้านคนก็ไม่มีโอกาสไปโรงเรียนอยู่แล้ว และเกือบ 30% ของเด็กที่เคยไปเรียนต้องลาออก โดยอัตราส่วนดังกล่าวในกลุ่มเด็กผู้หญิงและเด็กจากชุมชนชายขอบส่วนใหญ่ยังคงสูงขึ้น

ภาพเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2021 คุณครูและอาสาสมัครจากยูนีคฟาวเดชัน กำลังแจกจ่ายอาหารให้เด็กๆจากย่านยากจนหลังเลิกเรียน (Photo by Diptendu DUTTA / AFP)

การระบาดของโรคติดต่อครั้งใหญ่และผลกระทบที่รุนแรงต่อเศรษฐกิจอินเดียทำให้สิ่งต่างๆ แย่ลงไปอีก โดยเฉพาะคนยากจนซึ่งได้รับผลกระทบสูงสุด เนื่องจากคนหาเลี้ยงครอบครัวตกงาน หลายครอบครัวจึงแทบไม่มีทางเลือกนอกจากต้องให้เด็กๆเลิกเรียนเพื่อช่วยหาเลี้ยงครอบครัว และจากหลักฐานระบุว่าการแต่งงานในเด็กและการค้ามนุษย์เพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนี้ยังมีความกลัวที่ว่าเด็กจำนวนมากจะไม่กลับไปเรียนต่อ แม้ว่าโรงเรียนจะเปิดอกครั้ง ทำให้เกิด “รุ่นที่สูญหาย” ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนอายุน้อยที่ไม่มีความสามารถเพียงพอ
“หากเด็กๆรู้สึกว่าเรียนตามไม่ทัน ก็มีโอกาสน้อยที่พวกเขาจะกลับไปโรงเรียนอีก” นายเทอร์รี ดูร์เนียน หัวหน้าฝ่ายการศึกษาของยูนิเซฟอินเดียกล่าว
ภาพเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2021 คุณครูและอาสาสมัครจากยูนีคฟาวเดชัน กำลังแจกจ่ายอาหารให้เด็กๆจากย่านยากจนหลังเลิกเรียน (Photo by Diptendu DUTTA / AFP)
เมื่อเวลาผ่านไป 60 สัปดาห์ มีเพียงห้าประเทศเท่านั้นที่โรงเรียนปิดนานกว่าอินเดีย โดยการปิดโรงเรียนส่งผลกระทบต่อเด็กมากถึง 320 ล้านคน อ้างอิงจากรายงานของยูเนสโก และในขณะที่อินเดียเริ่มผ่อนคลายมาตรการให้ทำกิจกรรมอื่นๆได้มากขึ้น แต่โรงเรียนกลับถูกสั่งปิดอย่างต่อเนื่อง
นายบาบลู แบเกิล จากเมืองอัครา ซึ่งเป็นที่ตั้งของทัชมาฮาล มีรายได้ต่อเดือนเพียง 20,000 รูปี (9,011 บาท) ซึ่งรายได้หายไปพร้อมกับนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของอินเดียลูกทั้งสามคนของคนขับแท็กซี่รายนี้ต้องแบ่งกันใช้โทรศัพท์มือถือของพ่อเพื่อเรียนทางไกล เพราะพ่อไม่สามารถซื้ออีกเครื่องได้
ภาพเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2021 คุณครูเสธีชากำลังสอนทางไกลจากบ้านต้นไม้ของเขา (Photo by Manjunath Kiran / AFP)
 “นี่คือทั้งหมดที่เรามี” แบเกลบอก พร้อมเสริมว่าค่าบริการข้อมูลมือถือ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกที่สุดในโลก ก็มีราคาสูงขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเรียนทางไกลพุ่งสูงขึ้น
นายอิมราน ซัลมานี ช่างตัดผมในเมืองอัครา ระบุว่ารายรับของเขาลดลงมากถึง 80% และตอนนี้ไม่มีเงินพอที่จะจ่ายค่าลงทะเบียนเรียนให้ลูกสาวสองคนในปีการศึกษาใหม่นี้แล้ว
โรงเรียนของพวกเขาส่งรูปภาพมาในWhatsApp แทนการเรียน โดยที่ผู้ปกครองต้องสอนลูกและส่งวิดีโอการบ้านที่สั่งในชั้นเรียน ซึ่งเป็นงานที่ทั้งคู่ต้องลำบากมาก “ผมอยากให้กับโอกาสทั้งหมดกับลูกสาว โอกาสที่ผมไม่เคยได้รับ” ซัลมานีบอก “เราไม่สามารถเรียนแบบนี้ต่อไปได้”
“หนูอยากกลับไปโรงเรียน” อลิยา ลูกสาววัย 9 ขวบของซัลมานีกล่าว
บ้านต้นไม้ของคุณครูเสธีชา (Photo by Manjunath Kiran / AFP)