ไมโครซอฟท์ ออกกฎพนักงานต้อง “ฉีดวัคซีนโควิด”ก่อนกลับเข้าทำงานในออฟฟิศ
เอเอฟพี รายงาน ไมโครซอฟท์ หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลก มีฐานการผลิตอยู่ที่ เมืองเรดมอนด์ รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่รายล่าสุด ที่ออกกฎให้พนักงานต้องได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 จึงจะได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในออฟฟิศได้ ขณะที่ออฟฟิศของไมโครซอฟท์ในสหรัฐอเมริกา จะเปิดทำการใหม่ในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ ส่วน แอมะซอน ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจอีคอมเมิร์ช เลื่อนแผนเปิดออฟฟิศไปเป็นเดือนมกราคม ปี 2565
ข่าวระบุว่า ไมโครซอฟท์ ออกประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 สิงหาคม และว่า ” ตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไป เรายังจะขอให้พนักงานทุกคน รวมถึง ผู้ขายสินค้า ผู้มาติดต่อ ต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนโควิดในการเข้าไปในสำนักงานไมโครซอฟท์ในสหรัฐอเมริกา ”
อย่างไรก็ตาม ทางไมโครซอฟท์ กล่าวว่าสำหรับพนักงานที่ไม่สามารถรับการฉีดวัคซีนโควิด เนื่องจากมีปัญหาทางสุขภาพ และด้วยความเชื่อทางศาสนา สามารถได้รับการผ่อนปรน หรืออะลุ่มอล่วยกันได้
ก่อนหน้านี้ทั้ง กูเกิล และ เฟซบุ๊ก ต่างประกาศใช้กฎนี้เช่นเดียวกัน ที่พนักงานจะต้องแสดงหลักฐานว่าได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้ว จึงจะได้รับอนุญาติเข้าไปในสำนักงานของบริษัท
ทั้งไมโครซอฟท์ และ บริษัทด้านเทคโนโลยี ต่างกล่าวว่า ติดตามสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาอย่างใกล้ชิด และพยายามปรับแผนต่างๆให้ทันกับสถานการณ์ รวมทั้งให้ความสำคัญกับสุขภาพของพนักงานเป็นอันดับต้นๆ
เอเอฟพี อ้างได้รับคำยืนยันจากแอมะซอนว่า ” เรากำหนดให้พนักงานต้องสวมหน้ากากเมื่ออยู่ในออฟฟิศ ยกเว้นพนักงานที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว ”
ขณะที่ ลอรี โกเลอร์ รองประธานฝ่ายบุคคลของเฟซบุ๊ก บอกกับเอเอฟพีว่า ” เราจะกำหนดให้ใครก็ตามที่จะกลับเข้ามาทำงานในสำนักงานของเราทุกแห่งในสหรัฐฯต้องได้รับการฉีดวัคซีนโควิดแล้ว ”
การระบาดของเชื้อไวรัสกลายพันธุ์เดลต้า ที่ทำให้ผู้ป่วยโควิดกลับมามีจำนวนเพิ่มขึ้นอีก สร้างความกังวล ทำให้บริษัทต่างๆ เลื่อนการเปิดทำการออกไป และมีมาตรการป้องกันเข้มงวดขึ้น

