
ทาลิบันจ่อประชิดกรุงคาบูล นานาชาติเร่งอพยพพลเมืองพ้นอัฟกัน
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มนักรบทาลิบัน กองกำลังติดอาวุธในอัฟกานิสถาน เคลื่อนกำลังรุกคืบเข้าใกล้กรุงคาบูลเข้าไปทุกขณะ โดยขณะนี้ตั้งค่ายอยู่ห่างจากกรุงคาบูล ที่มั่นสำคัญสุดท้ายของกองกำลังรัฐบาลอัฟกานิสถาน ไปเพียงราว 50 กม.เท่านั้น หลังจากเมืองปุล-อี-อลัม เมืองเอกของจังหวัดโลการ์ กลายเป็นเมืองเอกล่าสุดที่ตกเป็นของกลุ่มทาลิบันไปเมื่อวันศุกร์ (13 ส.ค.) ที่ผ่านมา นอกเหนือจากเมืองกันดาฮาร์ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ เมืองลาชการ์กาห์ และเมืองเฮรัต ที่บุกยึดได้แล้ว
ท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวายของผู้อพยพชาวอัฟกันที่หนีเหตุปะทะสู้รบเข้ามาหลบอยู่ในกรุงคาบูล ขณะที่กองกำลังทหารอเมริกันราว 3,000 นาย ซึ่งถูกระดมกลับเข้ามาใหม่ เริ่มทยอยเดินทางถึงกรุงคาบูลแล้วเพื่อคอยคุ้มกันสนามบินและเร่งอพยพเจ้าหน้าที่ทูตและพลเมืองของตนออกจากอัฟกานิสถาน เช่นเดียวกับอีกหลายชาติ รวมถึงอังกฤษ เยอรมนี เดนมาร์ก และสเปน ที่เร่งอพยพพลเมืองสัญชาติตนออกจากกรุงคาบูลด้วยความหวั่นกลัวว่ากองกำลังรัฐบาลอัฟกานิสถานจะต้านทานการบุกโจมตีของกลุ่มทาลิบันไว้ไม่อยู่
มีรายงานว่าสถานทูตสหรัฐในกรุงคาบูลได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทำการเผาทำลายทิ้งเอกสารวัตถุต่างๆ ที่มีความอ่อนไหว เพื่อป้องกันการถูกกลุ่มทาลิบันฉวยเอาไปทำการโฆษณาชวนเชื่อได้
ด้านนายจอห์น เคอร์บี้ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ กล่าวถึงการบุกยึดพื้นที่ควบคุมของกลุ่มทาลิบันได้มากขึ้นว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง แต่ขณะเดียวกันก็กล่าวว่าตอนนี้กรุงคาบูลยังไม่ได้ตกอยู่ภายใต้ภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามาจากกลุ่มทาลิบัน
ขณะที่นายอันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ออกมากล่าวว่า สถานการณ์ในอัฟกานิสถานกำลังจะควบคุมไม่ได้ซึ่งจะก่อผลต่อพลเรือนตามมา พร้อมแสดงความห่วงกังวลถึงผู้หญิงชาวอัฟกานิสถานที่ตกอยู่ในพื้นที่ยึดครองของกลุ่มทาลิบันว่าจะได้รับการปฏิบัติที่ไม่ดีโดยเฉพาะด้านสิทธิ เนื่องจากกลุ่มทาลิบันเคยบังคับใช้มาตรการเข้มงวดรุนแรงในระหว่างควบคุมอำนาจปกครองอัฟกานิสถานระหว่างปี 1996-2001
ด้านรัฐบาลเดนมาร์กและนอร์เวย์ประกาศจะปิดสถานทูตของตนเองในกรุงคาบูลเป็นการชั่วคราวด้วย
