
มะกัน-จีนซัดกันนัว! โบ้ยอีกฝ่ายข่มเหงชาติอื่น
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งอยู่ระหว่างเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการเมื่อ 25 สิงหาคม กล่าวหาจีนอีกคำรบว่าข่มเหงรังแกชาติเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่นับเป็นการโจมตีจีนเป็นครั้งที่ 2 แล้วในระหว่างการเยือนภูมิภาคนี้ของรองผู้นำสหรัฐที่มุ่งตอบโต้การแผ่ขยายอิทธิพลของจีน
โดยนางแฮร์ริสกล่าวขณะพบหารือกับประธานาธิบดีเหงียน ซวน ฟุคของเวียดนาม ที่กรุงฮานอยว่า มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มความกดดันจีนมากขึ้นเกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์ทางทะเล ทั้งนี้เพื่อให้จีนปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายทางทะเลของสหประชาชาติ และเพื่อท้าทายการข่มเหงรังแกและการอ้างสิทธิ์ทางทะเลที่มากเกินไปของจีน

ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ ไชนาเดลี สื่อทางการจีน ตอบโต้นางแฮร์ริสที่กล่าวโจมตีจีนขณะเยือนสิงคโปร์ว่า ขณะที่ชี้นิ้วมาที่จีนและกล่าวหาว่าบังคับข่มขู่ นางแฮร์ริสกลับจงใจเพิกเฉยต่อความหน้าซื่อใจคดของตนเองในความพยายามที่จะบังคับและข่มขู่ประเทศต่างๆในภูมิภาคให้เข้าร่วมกับสหรัฐในโครงการของตนเองเพื่อที่จะควบคุมจีน
ไชนาเดลีระบุต่อไปว่า สุนทรพจน์ที่สิงคโปร์ของนางแฮร์ริสยังไร้มูลความจริงในการโจมตีจีน และดูเหมือนว่าพันธกิจเดียวของสหรัฐที่มีต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั่นก็คือการทุ่มความพยายามที่จะสร้างความบาดหมางระหว่างชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับจีน

ข่าวแจ้งว่า การเดินทางถึงกรุงฮานอยของรองประธานาธิบดีแฮร์ริสได้ล่าช้าไปกว่ากำหนดเมื่อวันอังคาร(24 ส.ค.)ที่ผ่านมา หลังจากสถานทูตสหรัฐประจำเวียดนามตรวจพบว่าเกิดเหตุผิดปกติด้านสุขภาพเกิดขึ้นซึ่งอาจเกี่ยวกับโรคลึกลับที่เรียกว่า ฮาวานา ซินโดรม ก่อนที่คณะของรองประธานาธิบดีสหรัฐจะตัดสินใจเดินตามแผนการเยือนต่อไป
แต่ในระหว่างการเยือนเวียดนามของรองผู้นำสหรัฐที่ล่าช้าออกไป ขณะเดียวกันมีรายงานว่านายฝั่ม มิญ จิ๊ญ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ได้พบหารือกับเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศเวียดนามโดยไม่มีการประกาศถึงการพบหารือดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งมีรายงานว่านายจิ๊ญบอกกับเอกอัครราชทูตจีนว่าเวียดนามไม่เลือกข้างในนโยบายต่างประเทศ ขณะที่เอกอัครราชทูตจีนให้คำมั่นว่าจะบริจาควัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้กับเวียดนามจำนวน 2 ล้านโดส
