หน้าแรก ต่างประเทศ มะกัน-จีนซัดก...

มะกัน-จีนซัดกันนัว! โบ้ยอีกฝ่ายข่มเหงชาติอื่น

25.08.21 | 15:16 น.
ประธานาธิบดีเหงียน ซวน ฟุก ของเวียดนาม ต้อนรับการมาเยือนของนางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ก่อนการหารือทวิภาคี ที่ห้องกระจก ในทำเนียบประธานาธิบดีเวียดนาม ในกรุงฮานอย เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม (รอยเตอร์)

มะกัน-จีนซัดกันนัว! โบ้ยอีกฝ่ายข่มเหงชาติอื่น

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งอยู่ระหว่างเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการเมื่อ 25 สิงหาคม กล่าวหาจีนอีกคำรบว่าข่มเหงรังแกชาติเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่นับเป็นการโจมตีจีนเป็นครั้งที่ 2 แล้วในระหว่างการเยือนภูมิภาคนี้ของรองผู้นำสหรัฐที่มุ่งตอบโต้การแผ่ขยายอิทธิพลของจีน

โดยนางแฮร์ริสกล่าวขณะพบหารือกับประธานาธิบดีเหงียน ซวน ฟุคของเวียดนาม ที่กรุงฮานอยว่า มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มความกดดันจีนมากขึ้นเกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์ทางทะเล ทั้งนี้เพื่อให้จีนปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายทางทะเลของสหประชาชาติ และเพื่อท้าทายการข่มเหงรังแกและการอ้างสิทธิ์ทางทะเลที่มากเกินไปของจีน

หารือทวิภาคีเวียดนาม-สหรัฐอเมริกา (รอยเตอร์)

ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ ไชนาเดลี สื่อทางการจีน ตอบโต้นางแฮร์ริสที่กล่าวโจมตีจีนขณะเยือนสิงคโปร์ว่า ขณะที่ชี้นิ้วมาที่จีนและกล่าวหาว่าบังคับข่มขู่ นางแฮร์ริสกลับจงใจเพิกเฉยต่อความหน้าซื่อใจคดของตนเองในความพยายามที่จะบังคับและข่มขู่ประเทศต่างๆในภูมิภาคให้เข้าร่วมกับสหรัฐในโครงการของตนเองเพื่อที่จะควบคุมจีน

ไชนาเดลีระบุต่อไปว่า สุนทรพจน์ที่สิงคโปร์ของนางแฮร์ริสยังไร้มูลความจริงในการโจมตีจีน และดูเหมือนว่าพันธกิจเดียวของสหรัฐที่มีต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั่นก็คือการทุ่มความพยายามที่จะสร้างความบาดหมางระหว่างชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับจีน

รองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส ของสหรัฐอเมริกา นำช่อดอกไม้ไปวางที่อนุสรณ์รำลึกถึงนายจอห์น แมคเคน วุฒิสมาชิกสหรัฐและวีรบุรุษในสงครามเวียดนาม ซึ่งเป็นจุดที่เครื่องบินนาวีที่นายแมคเคนขับมาถูกยิงตก ในกรุงฮานอย เนื่องในวันครบรอบ 3 ปีการเสียชีวิตของนายแมคเคน (รอยเตอร์)

ข่าวแจ้งว่า การเดินทางถึงกรุงฮานอยของรองประธานาธิบดีแฮร์ริสได้ล่าช้าไปกว่ากำหนดเมื่อวันอังคาร(24 ส.ค.)ที่ผ่านมา หลังจากสถานทูตสหรัฐประจำเวียดนามตรวจพบว่าเกิดเหตุผิดปกติด้านสุขภาพเกิดขึ้นซึ่งอาจเกี่ยวกับโรคลึกลับที่เรียกว่า ฮาวานา ซินโดรม ก่อนที่คณะของรองประธานาธิบดีสหรัฐจะตัดสินใจเดินตามแผนการเยือนต่อไป

Advertisement

แต่ในระหว่างการเยือนเวียดนามของรองผู้นำสหรัฐที่ล่าช้าออกไป ขณะเดียวกันมีรายงานว่านายฝั่ม มิญ จิ๊ญ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ได้พบหารือกับเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศเวียดนามโดยไม่มีการประกาศถึงการพบหารือดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งมีรายงานว่านายจิ๊ญบอกกับเอกอัครราชทูตจีนว่าเวียดนามไม่เลือกข้างในนโยบายต่างประเทศ ขณะที่เอกอัครราชทูตจีนให้คำมั่นว่าจะบริจาควัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้กับเวียดนามจำนวน 2 ล้านโดส