ชาติตะวันตกเตือน เลี่ยงสนามบินในคาบูล ชี้เสี่ยงภัยก่อการร้าย

ภาพจากกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา เผยแพร่เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม แสดงให้เห็นปฏิบัติการอพยพผู้คนออกจากอัฟกานิสถานด้วยเครื่องบินลำเลียงซี-17 ของกองทัพอากาศสหรัฐ ที่สนามบินฮามิด คาร์ไซ ในกรุงคาบูล ประเทศอัฟกานิสถาน เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา (เอเอฟพี)

ชาติตะวันตกเตือน เลี่ยงสนามบินในคาบูล ชี้เสี่ยงภัยก่อการร้าย

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ชาติตะวันตกประกาศเตือนพลเมืองของตนเองให้ออกไปจากพื้นที่โดยรอบสนามบินในกรุงคาบูลของอัฟกานิสถานในทันที เนื่องจากมีภัยคุกคามรุนแรงจากกลุ่มก่อการร้าย ขณะที่ยังคงมีพลเมืองต่างชาติและชาวอัฟกันจำนวนมากต่างพยายามหาทางเข้าไปให้ถึงสนามบินในกรุงคาบูลให้ได้ เพื่อหวังจะได้รับการอพยพออกจากอัฟกานิสถาน หลังตกอยู่ภายใต้การยึดครองของกลุ่มติดอาวุธทาลิบันมาตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา

กระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกาแถลงเตือนว่า ผู้ที่อยู่บริเวณแอ๊บบี้เกต, อีสต์เกต หรือนอร์ทเกตของสนามบิน ให้เคลื่อนย้ายออกไปในทันที เนื่องจากมีภัยคุกคามความมั่นคง แต่ไม่ได้ระบุชี้ชัดว่าเป็นภัยคุกคามใด

เอเอฟพี

ขณะกระทรวงต่างประเทศออสเตรเลียระบุว่า ยังคงมีภัยคุกคามต่อเนื่องและสูงมากจากการโจมตีของกลุ่มผู้ก่อการร้าย จึงขอให้อย่าเดินทางไปสนามบินฮามิด คาร์ไซในคาบูล แต่ขอให้ไปอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยและรอจนกว่าจะมีคำแนะนำเพิ่มเติมต่อไป

ส่วนทางการอังกฤษได้ออกคำเตือนทำนองเดียวกัน และว่า หากสามารถออกจากอัฟกานิสถานได้โดยปลอดภัยด้วยวิธีการอื่น ก็ควรไปในทันที

โดยสนามบินกรุงคาบูลยังเต็มไปด้วยความวุ่นวาย จากการที่มีฝูงชนจำนวนมากรวมตัวรอกันอยู่ทั้งภายในและโดยรอบสนามบิน ด้วยหวังจะได้รับการอพยพออกจากอัฟกานิสถาน ที่แทบจะเป็นไปอย่างสิ้นหวังมากขึ้น เนื่องจากบางชาติได้ยุติเที่ยวบินอพยพไปแล้ว ก่อนหน้าเส้นตายที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐ กำหนดไว้ในการยุติการอพยพและถอนกำลังทหารทั้งหมดออกไปจากอัฟกานิสถานในวันที่ 31 สิงหาคมนี้

โดยมีรายงานว่า ยังมีชาวอัฟกันหลายพันคนที่ต่างถือพาสปอร์ตต่างชาติ มีวีซ่า หรือมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ที่จะได้รับการอพยพ แต่ส่วนใหญ่ยังเข้าไปไม่ถึงสนามบิน

หนึ่งในเหตุผลของกำหนดเส้นตายดังกล่าวที่ไบเดนและคณะที่ปรึกษาของเขาอ้างไว้ในสัปดาห์นี้ว่าคือภัยคุกคามร้ายแรงจากกองกำลังรัฐอิสลาม(ไอเอส) ทั้งนี้เครือข่ายไอเอสในอัฟกานิสถาน-ปากีสถาน ได้เคลื่อนไหวก่อเหตุโจมตีรุนแรงในสองประเทศนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ที่มีการสังหารหมู่พลเรือนด้วยการโจมตีมัสยิด วิหาร จัตุรัสกลางเมืองและแม้กระทั่งโรงพยาบาล

ด้านตุรกี ซึ่งมีกำลังทหารที่ไม่ใช่หน่วยรบมากกว่า 500 นาย ประกาศในวันก่อนว่า ได้เริ่มถอนทหารของตนออกจากอัฟกานิสถานแล้ว ส่วนเบลเยียมก็ได้ประกาศยุติปฏิบัติการอพยพของตนเองแล้ว หลังจากเครื่องบินลำเลียงทางทหารของเบลเยียมได้ขนพลเมืองราว 1,100 คน รวมถึงชาวยุโรปและชาวอัฟกันออกไปแล้ว ขณะที่ฝรั่งเศสได้ประกาศจะยุติเที่ยวบินอพยพลงในวันที่ 26 สิงหาคม

ส่วนกระทรวงกลาโหมของสหรัฐ ซึ่งควบคุมดูแลการปฏิบัติการที่สนามบินในกรุงคาบูล ระบุว่า จะลดเที่ยวบินอพยพลงหลายวันก่อนถึงวันที่ 31 สิงหาคม เพื่อให้กองทัพสหรัฐมีเวลาในการถอนทหารราว 6,000 นาย รวมถึงเจ้าหน้าที่สหรัฐและกองกำลังความมั่นคงอัฟกันอีกหลายร้อยคน ตลอดจนยุทโธปกรณ์ต่างๆ ออกไปจากอัฟกานิสถานได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon