หน้าแรก ต่างประเทศ ระเบิดสนั่นสน...

ระเบิดสนั่นสนามบินคาบูลท่ามกลางคลื่นอพยพลี้ภัยทาลิบัน

27.08.21 | 20:02 น.

ระเบิดสนั่นสนามบินคาบูลท่ามกลางคลื่นอพยพลี้ภัยทาลิบัน

จากเหตุระเบิดพลีชีพ 2 ครั้งโดยกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอซิส) ซึ่งเป็นศัตรูของกลุ่มทาลิบันและชาติตะวันตก ด้านนอกสนามบินคาบูล เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 85 ราย ประกอบไปด้วยทหารสหรัฐ 13 นาย สมาชิกกลุ่มทาลิบัน 28 คนและชาวอัฟกันอื่นๆอีก 44 คน ท่ามกลางกระแสการอพยพออกจากอัฟกานิสถานอย่างต่อเนื่อง ด้วยความช่วยเหลือจากนานาชาติทั้งสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส อิตาลี เกาหลีใต้ ยูเครนและอีกหลายประเทศ

ทางสหรัฐจะทำการอพยพประชาชนออกจากสนามบินคาบูลจนถึงวันที่ 31 สิงหาคมหากจำเป็น โดยจะอพยพทหารสหรัฐและอุปกรณ์ทางทหารต่างๆใน 2 วันสุดท้าย และขณะนี้รัฐบาลสหรัฐได้อพยพพลเมืองสหรัฐราว 4,500 คนและครอบครัว แต่ยังเหลือพลเมืองสหรัฐอยู่ในอัฟกานิสถานอีก 1,500 คน

ส่วนสหราชอาณาจักรอยู่ในขั้นตอนอพยพขั้นสุดท้าย โดยพลเมืองของตนและผู้ที่ต้องการจะลี้ภัยอยู่ที่สนามบินเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อังกฤษได้ทำการอพยพพลเมืองอังกฤษและชาวอัฟกันมากกว่า 13,700 คน

ทางการเยอรมนีประกาศสิ้นสุดการอพยพในวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยได้ทำการอพยพประชาชนกว่า 5,347 คนซึ่งเป็นชาวอัฟกันมากกว่า 4,100 คน

ฝรั่งเศสได้ทำการอพยพประชาชนสัญชาติฝรั่งเศสแล้วมากกว่า 100 คนและชาวอัฟกันอีกกว่า 2,500 คนเรียบร้อยแล้วและล่าสุดเดินทางถึงแผ่นดินฝรั่งเศสแล้ว

Advertisement

ทางการอิตาลีระบุเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า ได้ทำการอพยพชาวอัฟกัน 4,832 คนและส่วนใหญ่เดินทางถึงอิตาลีแล้ว

ทั้งนี้ยังมีประเทศอื่นๆที่ทำการอพยพพลเมืองของตนและชาวอัฟกันอีก เช่น สวีเดน เบลเยียม ไอร์แลนด์ แคนาดาและตุรกี โดยล่าสุดสหรัฐอเมริกาและชาติพันธมิตรอื่นๆได้อพยพคนออกจากอัฟกานิสถานแล้วราว 105,000 คน

ภาพถ่ายทางอากาศเผยให้เห็นสนามบินนานาชาติคาบูลและจุดที่เกิดระเบิดอยู่ใกล้ประตูแอบบีย์ (เอพี)
ควันขึ้นมาจากจุดที่เกิดระเบิดด้านนอกสนามบินคาบูล ที่กรุงคาบูล อัฟกานิสถาน เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม โดยมีมือระเบิดพลีชีพและมือปืน 2 คนพุ่งเป้าไปที่ฝูงชนที่รวมตัวกันใกล้สนามบินคาบูลซึ่งหวังที่จะได้ขึ้นเครื่องบินอพยพหนีออกไปประเทศอื่น (AP Photo/Wali Sabawoon)
เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนำผู้บาดเจ็บขึ้นบนเปลหามเพื่อส่งตัวไปรับการรักษาหลังจากเกิดเหตุระเบิด 2 ครั้ง ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 คนและบาดเจ็บอีกหลายสิบคน บริเวณด้านนอกสนามบินในกรุงคาบูลเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม (Photo by Wakil KOHSAR / AFP)
ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งได้รับบาดเจ็บเดินทางมาถึงโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา หลังจากการระเบิดสองครั้ง ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 คนและบาดเจ็บอีกหลายสิบคน บริเวณด้านนอกสนามบินในกรุงคาบูล เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม (Photo by Wakil KOHSAR / AFP)
เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนำผู้บาดเจ็บบนเปลหามเข้ารับการรักษา หลังจากเกิดเหตุระเบิด 2 ครั้ง ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 คนและบาดเจ็บอีกหลายสิบคน บริเวณด้านนอกสนามบินในกรุงคาบูล เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม (Photo by Wakil KOHSAR / AFP)
จ้าหน้าที่ทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนำผู้บาดเจ็บขึ้นเปลเพื่อรับการรักษา หลังเกิดเหตุระเบิดรุนแรง 2 ครั้ง ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย นอกสนามบินในกรุงคาบูลเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม (Photo by Wakil KOHSAR / AFP)
อาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ขนศพออกจากรถกระบะบริเวณด้านนอกโรงพยาบาล หลังจากเกิดเหตุระเบิดรุนแรง 2 ครั้ง ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย บริเวณนอกสนามบินในกรุงคาบูล เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม (Photo by Wakil KOHSAR / AFP)
เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลด้วยรถพยาบาล หลังจากเกิดเหตุระเบิดรุนแรง 2 ครั้ง ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย ด้านนอกสนามบินในกรุงคาบูล เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม (Photo by Wakil KOHSAR / AFP)
อาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์นำชายที่ได้รับบาดเจ็บนอนบนเปลหามเพื่อส่งตัวไปรับการรักษา หลังจากเกิดเหตุระเบิดรุนแรง 2 ครั้ง ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 คน ด้านนอกสนามบินในกรุงคาบูลเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม (Photo by Wakil KOHSAR / AFP)
ประชาชนขึ้นเครื่องบินขนส่งทางทหารของฝรั่งเศสที่สนามบินในกรุงคาบูล เพื่อบินไปยังฐานทัพอากาศ Al Dhafra ใกล้อาบูดาบี ก่อนจะบินไปยัง สนามบินรัวซี ชาร์ล-เดอ-โกลล์ ทางตอนเหนือของกรุงปารีส เที่ยวบินอพยพนี้เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “อาปากัน” เพื่อช่วยอพยพผู้คนออกจากอัฟกานิสถานหลังจากกลุ่มทาลิบันเข้ายึดครองประเทศ ภาพนี้ถ่ายและเผยแพร่โดยกองทัพฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2021 (Photo by – / Etat Major des Armées / AFP)
ผู้อพยพชาวอัฟกันเดินทางมาถึงสนามบินนานาชาติอินชอน ใกล้กับกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม หลังจากเดินทางออกจากกรุงคาบูลผ่านทางประเทศปากีสถาน (Photo by Jung Yeon-je / AFP)
ภาพจากกองทัพอากาศสหรัฐฯ นักบินแอนดรูว์ มาร์คอส ผู้เชี่ยวชาญด้านบริการผู้โดยสารของฝูงบิน 721 ได้มอบของเล่นให้ผู้อพยพที่ฐานทัพอากาศแรมสไตน์ ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม นักบินสหรัฐทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งมอบ เสื้อผ้า ของเล่น และน้ำ ที่แรมสไตน์เป็นจุดเปลี่ยนเครื่องสำหรับผู้อพยพจากอัฟกานิสถาน ซึ่งมีที่พักชั่วคราว อาหาร การบริการทางการแพทย์ และการรักษาพยาบาล ขณะรอการส่งไปยังสถานที่ตั้งถิ่นฐานใหม่ (Photo by Edgar GRIMALDO / US Airforce / AFP)
ผู้คนที่อพยพมาจากอัฟกานิสถานลงจากเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 737-31S ของสายการบินแคมแอร์ของอัฟกานิสถาน ที่สนามบินนานาชาติโบรีสปิล นอกกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม (Photo by Sergei GAPON / AFP)
ผู้ลี้ภัยชาวอัฟกันรออยู่ที่ศูนย์อพยพหลังจากที่ออกมาจากกรุงคาบูล ที่ฐานทัพอากาศของฝรั่งเศส 104 Al Dhafra ใกล้กับกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรต เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม (Photo by BERTRAND GUAY / AFP)
ผู้คนกำลังลงจากเครื่องบิน C-17A Globemaster ของกองทัพอากาศออสเตรเลีย หลังจากที่อพยพออกมาจากอัฟกานิสถาน ที่ฐานทัพอากาศ Al Minhad ห่างจากนครดูไบลงไปทางใต้ 25 กิโลเมตร ภาพนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม โดยกองกำลังป้องกันประเทศของออสเตรเลีย (Photo by LACW Jacqueline Forrester and Jacqueline FORRESTER / Australian Defence Force / AFP)
Maryam หญิงลี้ภัยชาวอัฟกัน นั่งอยู่ข้างๆลูกๆของเธอ พร้อมทั้งดูภาพของลูกชายวัย 6 ขวบ ขณะที่พักอยู่ในโรงแรมที่กรุงปารีส เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม หลังจากอพยพออกจากคาบูลด้วยความช่วยเหลือจากทางการฝรั่งเศส ทั้งนี้Maryam และลูกชายของเธอถูกแยกจากกันระหว่างการอพยพ แต่สามีของเธอพยายามลี้ภัยไปกับเขาไปยังอุซเบกิสถาน (Photo by Farshad USYAN / AFP)
ผู้คนในห้องโดยสารของเที่ยวบินอพยพของกองทัพอากาศอินโดนีเซียจากกรุงคาบูล ซึ่งอพยพเจ้าหน้าที่สถานทูตชาวอินโดนีเซียและครอบครัว ซึ่งรวมถึงชาวอัฟกัน 2 คน และชาวฟิลิปปินส์อีก 5 คนภายใต้การร้องขอของรัฐบาลฟิลิปปินส์ หลังจากเดินทางมาถึงสนามบินฮาลิมในกรุงจาการ์ตา ภาพนี้ถ่ายและเผยแพร่เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม โดยกระทรวงต่างประเทศของอินโดนีเซีย (Photo by Handout / MINISTRY OF FOREIGN AFFAIRS / AFP)
ผู้โดยสารที่หนีออกจากอัฟกานิสถานบนเครื่องบินกองทัพอิตาลี ที่ท่าอากาศยานนานาชาติคูเวต เพื่อบินไปยังกรุงโรม ประเทศอิตาลี ภาพนี้เผยแพร่โดยสำนักงานข่าวกรองของอิตาลี ซึ่งถ่ายเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม (Photo by – / MINISTERO DELLA DIFESA / AFP)
นายเฟลิกซ์ โบลาโนส (ซ้าย) ตัวแทนคณะรัฐบาลให้การต้อนรับนิโลฟาร์ บายัต (กลาง) กัปตันทีมบาสเกตบอลหญิงวีลแชร์ของอัฟกานิสถาน และรามิช สามี (ขวา) เมื่อเดินทางมาถึงบนเครื่องบินอพยพของสเปนลำที่สอง ซึ่งมีผู้ประสานงานชาวอัฟกันและครอบครัวโดยสารมาลงจอดที่ ฐานทัพอากาศ Torrejon de Ardoz ห่างจากกรุงมาดริด 30 กม. เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ชาวอัฟกันมากกว่าหนึ่งร้อยคนเดินทางมาถึงกรุงมาดริดในวันนี้ด้วยเที่ยวบินอพยพครั้งที่สองที่จัดโดยสเปนนับตั้งแต่การยึดครองกรุงคาบูลของกลุ่มทาลิบัน ชาวอัฟกัน 110 คนออกจากกรุงคาบูล ผ่านทางนครดูไบ จากนั้นลงจอดที่ฐานทัพทหารTorrejon de Ardoz ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงมาดริด ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์ต้อนรับชาวอัฟกันที่ทำงานให้กับสหภาพยุโรปและครอบครัว (Photo by Mariscal / POOL / AFP)
ผู้คนลงจากเครื่องบินขนส่งทางทหารของกองทัพอากาศซึ่งมีผู้อพยพจากอัฟกานิสถานโดยสารมา โดยได้มาถึงสนามบินนานาชาติอัลมักตูม ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม การดำเนินการของสหราชอาณาจักรในการอพยพพลเมืองและบุคคลที่ได้รับการคุ้มครองได้เพิ่มขึ้น เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม โดยเครื่องบินจะลงจอดที่ดูไบก่อนที่ผู้โดยสารจะเดินทางต่อไปยังสหราชอาณาจักร ที่สนามบินอัลมักตูม ทางตอนใต้ของดูไบ (Photo by Giuseppe CACACE / AFP)
พลเมืองตุรกีบนเครื่องบินขนส่งประเภท A400 M ของกองทัพอากาศตุรกี ระหว่างการอพยพพลเมืองตุรกีในสนามบินนานาชาติฮามิด คาร์ไซ ที่กรุงคาบูลของอัฟกานิสถาน ภาพนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม โดยกระทรวงกลาโหมตุรกี (Photo by Handout / TURKISH DEFENCE MINISTRY / AFP)