กต.แนะคนไทยไปอังกฤษติดตามข้อมูลเว็บรัฐบาลผู้ดี-สถานทูตไทย หลังไทยถูกปรับขึ้นกลุ่มสีแดง ห้ามนักท่องเที่ยวเข้า

กต.แนะคนไทยไปอังกฤษติดตามข้อมูลเว็บรัฐบาลผู้ดี-สถานทูตไทย หลังไทยถูกปรับขึ้นกลุ่มสีแดง ห้ามนักท่องเที่ยวเข้า

นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงรายละเอียดหลังรัฐบาลสหราชอาณาจักรปรับสถานะของไทยให้อยู่ในระดับกลุ่มสีแดง (Red List) ในกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม กระทรวงคมนาคมสหราชอาณาจักรได้ประกาศผลการพิจารณาปรับรายชื่อประเทศและพื้นที่ที่พบการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และความเสี่ยงในการเดินทาง ภายใต้กระบวนการคัดกรองผู้เดินทางแบบ Traffic Light System โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม เวลา 04.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เป็นต้นไป โดยในการประกาศครั้งนี้ ประเทศไทยได้ถูกปรับย้ายจากกลุ่มประเทศสีอำพัน (Amber List) มาเป็นกลุ่มประเทศสีแดง (Red List) ร่วมกับประทศมอนเตเนโกร ซึ่งในขณะนี้มีประเทศสมาชิกอาเซียนถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับไทย ได้แก่ อินโดนีเซีย เมียนมา และฟิลิปปินส์

นายธานีกล่าวว่า การปรับสถานะประเทศไทยมาอยู่ในกลุ่มประเทศสีแดงล่าสุด ส่งให้ผู้ที่ไม่มีถิ่นพํานักหรือนักท่องเที่ยวทั่วไป ที่เดินทางจากประเทศไทยหรือผ่านประเทศไทยในรอบ 10 วันที่ผ่านมา จะไม่สามารถเดินทางเข้าสหราชอาณาจักรได้ ในขณะที่ผู้ที่มีถิ่นพำนัก คือผู้ที่ไปศึกษาต่อหรือทํางานยังสามารถเดินทางเข้าสหราชอาณาจักรได้ แต่จะต้องกักตัวในโรงแรมที่กําหนดเป็นเวลา 10 วัน โดยจะมีค่าใช้จ่าย ซึ่งรวมค่าที่พัก อาหารและการตรวจหาเชื้อภาคบังคับ 2ครั้ง ประมาณรายละ 2,000-3,000 ปอนด์ หรือประมาณ 89,000-135,000 บาท

“สหราชอาณาจักรจะพิจารณาทบทวนรายชื่อประเทศและพื้นที่ที่พบการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และความเสี่ยงในการเดินทางทุกๆ 3 สัปดาห์ หากไทยมีแนวโน้มการแพร่ระบาดโควิด-19 และมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง สหราชอาณาจักรอาจพิจารณาทบทวนปรับสถานะของไทยออกจากกลุ่มประเทศสีแดง (Red List) ได้ในการพิจารณาครั้งต่อๆ ไป”นายธานีกล่าว

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า ผู้ที่มีความจําเป็นต้องเดินทางไปสหราชอาณาจักร สามารถศึกษาข้อมูลคําแนะนําได้จากเว็บไซต์ข้อมูลกลางของรัฐบาลสหราชอาณาจักร www.gov.uk/guidance/how-to-quarantine-when-you-arrive-in-england และจากเว็บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน www.london.thaiembassy.org/

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon