‘ดอน’ หารือรมว.กต.โสมขาว เผยปลายก.ย.น่าจะสนับสนุนวัคซีนโควิดให้ไทยได้

‘ดอน’ หารือรมว.กต.โสมขาว เผยปลายก.ย.น่าจะสนับสนุนวัคซีนโควิดให้ไทยได้

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์หลังการหารือระหว่างนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกับนายชอง อึย-ยง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ ที่อยู่ระหว่างการเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 26-28 สิงหาคม

นายชองแจ้งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศว่าตนได้รับคำสั่งเฉพาะเจาะจง (personally instructed me) จากประธานาธิบดี มุน แจ อิน ของ เกาหลีไต้ ให้มาเยือนไทย เนื่องจากประธานาธิบดีมีความสัมพันธ์ที่ดียิ่งกับนายกรัฐมนตรีของไทย การเยือนไทยนี้ เป็นการเยือนครั้งแรกของในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และเป็นการเยือนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ครั้งแรกในรอบ 3 ปี

ขณะที่รองนายกฯและรมว.กต.ได้หยิบยกประเด็นความร่วมมือทางวัคซีนระหว่างไทยและเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญที่สุดในขณะนี้ สำหรับเกาหลีใต้กำลังระดมฉีดวัคซีนให้กับประชาชนของตนเพื่อให้มีการกระจายวัคซีนครอบคลุมประชากรร้อยละ 70 ภายในเดือนกันยายนนี้ เพื่อให้ทันการเฉลิมฉลองในฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นเทศกาลใหญ่ของเกาหลีใต้ และในปลายเดือนกันยายนนี้ เกาหลีใต้จะสามารถให้การสนับสนุนด้านวัคซีนแก่ไทยได้

นายชองแจ้งว่าได้พบปะกับนักธุรกิจและนักลงทุนเกาหลีใต้ในไทยเมื่อเช้าวันเดียวกันนี้ และได้บอกกับนักธุรกิจเกาหลีใต้ว่า รัฐบาลเกาหลีใต้เชื่อมั่นในเสถียรภาพของรัฐบาลไทย และในปีนี้ เกาหลีใต้มีการลงทุนในไทยเป็นอันดับ 1 พร้อมย้ำว่าประเทศไทยครอบครองพื้นที่พิเศษในใจของตนและของครอบครัว มาตั้งแต่ครั้งที่มาประจำการที่กรุงเทพเมื่อ 37 ปีที่แล้ว และวันนี้ได้เห็นความเจริญก้าวหน้าที่น่าประทับใจยิ่งของประเทศไทยจากวันนั้นถึงวันนี้ และเชื่อว่าหลังจากการแพร่ระบาดรุนแรงของโควิด-19 จะได้เห็นประเทศไทยซึ่งเป็น “ความมหัศจรรย์บนแม่น้ำเจ้าพระยา” อีกครั้งหนึ่ง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ยังเน้นถึงความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ในด้านที่ทั้งสองประเทศมีความเป็นเลิศ อาทิ ภาคบริการ ซึ่งเป็นภาคที่เกาหลีใต้กำลังให้ความสำคัญ ขณะที่เกาหลีใต้มีภาคอุตสาหกรรมที่เข้มแข็ง และเชี่ยวชาญด้านวิจัยและพัฒนา ตลอดจนมีศูนย์การบ่มเพาะธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่าจะขยายความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีหุ่นยนต์ การให้การบริการอินเตอร์เน็ต  (IoT) ความปลอดภัยด้านไซเบอร์ อุตสาหกรรมสีเขียว อุตสาหกรรมรถไฟฟ้า และอุตสาหกรรมก่อสร้างตลอดจนความร่วมมือเรื่องเมืองอัจฉริยะ

ฝ่ายเกาหลีใต้ได้เสนอให้มีการจัดประชุม 2+2 ระหว่างกระทรวงการต่างประเทศกับกระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศกับกระทรวงสาธารณสุขของทั้งสองประเทศ พร้อมทั้งเสนอให้มีการประชุมสุดยอดด้านความร่วมมือทางอุตสาหกรรม โดยทั้งสองฝ่ายยังได้หารือแนวทางกระชับความร่วมมือในกรอบทวิภาคี และพหุภาคี ตลอดจนความร่วมมือทางทหารและความมั่นคงด้วย

ทั้งนี้เกาหลีใต้เห็นพ้องและสนับสนุนแนวความคิดเศรษฐกิจใหม่ BCG ของไทยอย่างยิ่งและพร้อมจะร่วมมือทุกด้าน ซึ่งเกาหลีใต้เองมีนโยบายใหม่ที่เรียกว่า Green New Deal & P4G ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon