เกาหลีใต้ลุ้น วัคซีนโควิดที่พัฒนาเอง ศึกษาเทียบกับวัคซีนแอสตร้าฯ เข้าสู่การทดลองขั้นสุดท้าย
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า บริษัท เอสเค ไบโอไซเอ็นซ์ ผู้พัฒนาวัคซีนของเกาหลีใต้ และ บริษัท แกล็กโซสมิธไคลน์ หรือ จีเอสเค บริษัทยายักษ์ใหญ่จากสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นพันธมิตรกัน เปิดเผยว่า การทดลองวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่ทั้งสองบริษัทต่างพัฒนาขึ้นเอง ในการศึกษาเปรียบเทียบกับวัคซีนโรคโควิดของแอสตร้าเซนเนก้านั้น ได้เข้าสู่การทดลองทางคลินิกในขั้นสุดท้ายแล้ว โดยผลของการศึกษาจะทราบได้ภายในครึ่งปีแรกของปีหน้า
การทดลองนี้จะเป็นการทดลองใช้วัคซีนโควิดสูตรของบริษัทเอสเค ที่เรียกว่า GBP510 ร่วมกับวัคซีนเข็มกระตุ้นของบริษัทจีเอสเค และให้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเป็นวัคซีนหลอกกับผู้เข้าร่วมการทดลองที่ทำการสมัครเข้ามาจากทั่วโลกราว 4,000 คน ในการศึกษาเปรียบเทียบ ซึ่งมีขึ้นหลังจากผลการทดลองในขั้นแรกออกมาได้ผลดีและได้รับไฟเขียวจากทางเกาหลีใต้แล้วเมื่อต้นเดือนนี้
ทั้งนี้ความสำเร็จของวัคซีนที่พัฒนาโดยเอสเค ที่จะเป็นวัคซีนโควิดที่เกาหลีใต้พัฒนาขึ้นได้เองในประเทศตัวแรก จะช่วยลดการพึ่งพาวัคซีนจากชาติตะวันตก เพราะแม้วัคซีนโรคโควิดจากชาติตะวันตกทั้งของไฟเซอร์, โมเดอร์นา, จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน และ แอสตร้าเซนเนก้า จะได้รับการอนุมัติให้ใช้ได้ในเกาหลีใต้ แต่แผนการกระจายวัคซีนของเกาหลีใต้ยังประสบปัญหาเนื่องจากการขาดแคลนวัคซีนและการจัดที่ส่งล่าช้า ท่ามกลางจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นในการระบาดรอบ 4 ของเกาหลีใต้
สำหรับวัคซีนโควิดของเอสเค เป็นวัคซีนชนิดโปรตีนเบส ส่วนวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าเป็นวัคซีนชนิดไวรัสเวกเตอร์ ขณะที่นักวิจัยในบางประเทศอาจไม่สามารถให้วัคซีนหลอกได้ด้วยเหตุผลด้านจริยธรรม
การทดลองวัคซีนของเอสเคและจีเอสเค ยังเป็นรายที่สองที่เป็นการศึกษาทดลองวัคซีนโควิดที่ตนเองพัฒนาขึ้นเปรียบเทียบกับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า โดยบริษัทวาลเนวา ผู้พัฒนาวัคซีนของฝรั่งเศสที่ได้ทำการทดลองในรูปแบบเดียวกันนี้ และกำลังอยู่ในระหว่างการทดลองขั้นสุดท้ายเช่นกัน
เอสเคและจีเอสเคระบุว่าหากวัคซีนโควิดที่ร่วมกันศึกษานี้ได้รับการอนุมัติรับรอง ก็จะมีการผลิตป้อนทั่วโลกผ่านโครงการโคแวกซ์ต่อไป

