
นายกฯออสซี่โดนจวกเละ! บินไปเยี่ยมลูกในวันพ่อ แต่หลายครอบครัวทำไม่ได้ เพราะล็อกดาวน์
เมื่อวันที่ 7 กันยายน สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า นายสก๊อตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ถูกสังคมวิจารณ์หนักจากการบินไปเยี่ยมลูกสาวในวันพ่อของชาวออสเตรเลียในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่หลายครอบครัวยังต้องอยู่แยกจากกัน ผลจากคำสั่งล็อกดาวน์ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศของรัฐบาลมอร์ริสัน ในความพยายามควบคุมสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19
มอร์ริสันอ้างว่าเขาได้รับการยกเว้นให้เดินทางจากกรุงแคนเบอร์รา ไปยังนครซิดนีย์ ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ด้วยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวได้เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ด้านเจ้าหน้าที่สาธารณสุขชี้แจงว่าได้อนุมัติให้นายมอร์ริสันเดินทางได้ เนื่องจากบทบาทเฉพาะของเขาในฐานะเป็นบุคลากรสำคัญ
แต่สังคมวิจารณ์การกระทำดังกล่าวว่าเป็นตัวอย่างหนึ่งของ “การปฏิบัติสองมาตรฐาน”
โดยชาวออสเตรเลียมากกว่าครึ่งยังต้องอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ เนื่องจากฤทธิ์การระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าในนครซิดนีย์, กรุงแคนเบอร์รา และ นครเมลเบิร์น ขณะที่หลายรัฐยังต้องปิดพรมแดน
พรรคแรงงาน ฝ่ายค้านออสเตรเลีย โจมตีมอร์ริสันว่าได้ทำให้เห็นถึงการตัดสินใจที่น่าตกใจ โดยนายบิล ชอร์เทน ส.ส.พรรคแรงงาน กล่าววิจารณ์ทำนองว่า ไม่ใช่ว่านายมอร์ริสันไม่สมควรได้ไปหาลูก แต่ชาวออสเตรเลียทุกคนก็สมควรที่จะได้ไปหาลูกๆของตนเอง ซึ่งเขาคิดว่าเมื่อประชาชนต่างต้องอดทน นายมอร์ริสันก็ต้องอดทนให้ได้ด้วย ไม่ใช่ว่าจะใช้กฎหนึ่งกับนายมอร์ริสัน และใช้อีกกฎหนึ่งกับคนอื่นๆ
วันพ่อของออสเตรเลีย ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์แรกของเดือนกันยายน ปีนี้คือวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา นายมอร์ริสันได้โพสต์ภาพครอบครัวของตนเอง บรรยายถึงความเป็นพ่อว่าคือ“พรอันยิ่งใหญ่” โดยมีคำเขียนใต้ภาพว่าจาก”เมื่อต้นปีนี้” แต่โพสต์ของมอร์ริสันไม่ได้ระบุว่าเขาอยู่ในซิดนีย์พร้อมกับครอบครัว ส่งผลให้คนที่วิพากษ์วิจารณ์กล่าวหาเขาว่าปกปิดการเดินทางทริปนี้ของตนเอง
อย่างไรก็ดีนายมอร์ริสันได้ปฏิเสธเสียงวิจารณ์ดังกล่าวว่าเป็นการโจมตีเหยียดหยามจากฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง และว่า เขาอยู่ภายใต้เงื่อนไขการปฏิบัติที่เข้มงวดตามที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขกำหนดเมื่อเดินทางกลับมาถึง
ประเด็นนี้เป็นที่ถกเถียงในโลกออนไลน์ที่มีนานาทัศนะต่างกันออกไป ทวีตหนึ่งจากนักจัดรายการวิทยุในกรุงแคนเบอร์ราบอกว่า ผู้ฟังรายการที่โทรเข้ามาแสดงความเห็น ด้วยการบอว่าพวกเขายอมรับได้กับทริปเดินทางของนายมอร์ริสัน แต่ไม่พอใจอย่างมากที่เขาขาดความซื่อสัตย์
อีกความเห็นหนึ่งได้นำกรณีของนายมอร์ริสันไปเปรียบเทียบกับอีกหลายครอบครัวที่ต้องฉลองวันพ่อข้ามสิ่งกีดขวางที่ถูกนำมาปิดกั้นพรมแดนระหว่างรัฐอยู่ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผลจากการล็อกดาวน์
