สหรัฐ-พันธมิตรเต้น! โสมแดงโวทดสอบยิงจรวดนำวิถีสำเร็จ ยิงโจมตีไกลถึง 1,500 กม.

ภาพเผยแพร่เมื่อวันที่ 13 กันยายน โดยสำนักข่าวกลางเกาหลี(เคซีเอ็นเอ)ของเกาหลีเหนือ ขณะที่เกาหลีเหนือทำการทดสอบยิงจรวดนำวิถี พิสัยไกลเมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา (เอเอฟพี)

สหรัฐ-พันธมิตรเต้น! โสมแดงโวทดสอบยิงจรวดนำวิถีสำเร็จ ยิงโจมตีไกลถึง 1,500 กม.

สื่อทางการเกาหลีเหนือออกมาเปิดเเผยว่าเกาหลีเหนือประสบผลสำเร็จในการทดสอบยิง “จรวดนำวิถีพิสัยไกล” ที่ส่งผลให้สหรัฐอเมริกาและชาติเพื่อนบ้านนั่งไม่ติด ออกมาแสดงความวิตกกังวลต่อการทดสอบอาวุธดังกล่าวของเกาหลีเหนือ โดยสำนักข่าวกลางเกาหลี(เคซีเอ็นเอ) รายงานเมื่อวันที่ 13 กันยายนว่า ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบยิงจรวดนำวิถีพิสัยไกล ที่มีระยะยิงได้ไกลถึง 1,500 กม. ในเวลา 2 ชม. และได้มากถึง 8 รูปแบบ โดยการทดสอบยิงมีขึ้นในน่านน้ำของเกาหลีเหนือ ที่โจมตีเป้าหมายตามที่กำหนดไว้

เคซีเอ็นเอเรียกจรวดนำวิถีชนิดนี้ว่า เป็นอาวุธทางยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญยิ่ง และว่า การทดสอบประสบความสำเร็จและเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพในการยับยั้งกองกำลังอริศัตรู

ด้านหนังสือพิมพ์โรดอง ซินมุน อีกกระบอกเสียงของเกาหลีเหนือ ได้ตีพิมพ์ภาพจรวดนำวิถีพุ่งทะยานออกมาในแนวนอนจาก 1 ใน 5 ปากกระบอกของแท่นยิงที่มีเปลวไฟลูกใหญ่สว่างวาบขึ้น

พัค วอน กอน อาจารย์ด้านเกาหลีเหนือศึกษาของมหาวิทยาลัยอีฮวา ในเกาหลีใต้ ให้ความเห็นว่า จรวดนำวิถีดังกล่าวถือว่าก่อภัยคุกคามอย่างมีนัยสำคัญ หากเกาหลีเหนือพัฒนาหัวรบนิวเคลียร์ขนาดเล็กได้สำเร็จ ก็สามารถนำมาติดบนจรวดนำวิถีได้ ซึ่งเป็นไปได้สูงมากที่เกาหลีเหนือจะทำการทดสอบระบบอาวุธที่หลากหลายขึ้นอีก และว่า การทดสอบอาวุธครั้งนี้ของเกาหลีเหนือยังเป็นการตอบโต้การซ้อมรบร่วมเกาหลีใต้-สหรัฐอเมริกา ที่มีขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี การเลือกทดสอบจรวดนำวิถี ยังอาจเป็นความพยายามของเกาหลีเหนือที่จะไม่ไปยั่วยุสหรัฐและจีนมากเกินไปนัก

ด้านเจฟฟรีย์ ลูอิส ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการศึกษาระหว่างประเทศมิดเดิลบิวรี ทวีตว่า จรวดดังกล่าวของเกาหลีเหนืออาจสามารถติดหัวรบที่โจมตีเป้าหมายได้ทั้งเกาหลีใต้และญี่ปุ่น

“การโจมตีด้วยจรวดนำวิถีพิสัยกลาง เป็นความสามารถที่อันตรายทีเดียวสำหรับเกาหลีเหนือ นี่เป็นอีกระบบหนึ่งที่ถูกออกแบบมาให้เคลื่อนที่ได้ภายใต้เรด้าป้องกันขีปนาวุธหรือการเคลื่อนที่โดยรอบ” ลูอิสกล่าว

กองทัพเกาหลีใต้ยังไม่แสดงท่าทีใดต่อการทดสอบจรวดดังกล่าวของเกาหลีเหนือ เพียงแต่ระบุว่ากำลังวิเคราะห์พัฒนาการที่เกิดขึ้นอยู่

ส่วนนายคัตสึโนบุ คาโตะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่า จรวดที่มีพิสัยยิงไกล 1,500 กม. เป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงของญี่ปุ่นและภูมิภาคโดยรอบ และว่า ญี่ปุ่นมีความกังวลอย่างยิ่ง ซึ่งญี่ปุ่นจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐและเกาหลีใต้ในการจับตาสถานการณ์ต่อไป

ขณะที่กองบัญชาการสหรัฐประจำภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก แถลงว่า ข่าวดังกล่าวย้ำให้เห็นว่าเกาหลีเหนือยังคงมุ่งพัฒนาโครงการทางทหารและก่อภัยคุกคามต่อเพื่อนบ้านและประชาคมระหว่างประเทศต่อไป พร้อมย้ำในพันธกิจของสหรัฐในการปกป้องเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ชาติพันธมิตรของสหรัฐในภูมิภาคด้วย

การทดสอบอาวุธครั้งล่าสุดยังมีขึ้นหลังจากไม่กี่วันก่อนเกาหลีเหนือได้ลดขนาดการแสดงแสนยานุภาพทางทหารของกองทัพเกาหลีเหนือลงในพิธีสวนสนามที่จัดขึ้นเนื่องในวาระครบ 73 ปีของการสถาปนาก่อตั้งประเทศเกาหลีเหนือด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” ลุยตลาดอิเหนา ไตรมาส 4 ส่งสินค้าแต่งบ้านขายห้าง กลุ่ม MAP Group สู่เป้าผู้นำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
บทความถัดไปออสซี่ออยล์ เปิดโมเดลธุรกิจแฟรนไชส์ปั๊นน้ำมัน รับอุปกรณ์ครบชุด พร้อมมินิมาร์ท เจาะกองทุนหมู่บ้าน ตั้งเป้า 1 หมื่นแห่งปีนี้